หน้าเว็บ

วันอาทิตย์ที่ 21 มิถุนายน พ.ศ. 2569

Geopolitics

รวยเท่านั้นจึงจะได้แชมป์โลก

พัฒนา ราชวงศ์ อาศรมภูมิวิทยาศาสตร์

สาขาวิชาภูมิศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร


บทความเรื่อง How to win the World Cup ของ Sandra Navarro เพิ่งตีพิมพ์สดๆ ร้อนๆ ในนิตยสาร The Economist ฉบับเดือนมิถุนายน 2026 นี้เอง โดยรอบนี้ทางกองบรรณาธิการเขาทำการสร้างแบบจำลองทางสถิติ (Statistical Model) เพื่อหาสูตรสำเร็จในการคว้าแชมป์ฟุตบอลโลก ว่าปัจจัยตัวไหนที่มีอิทธิพลมากที่สุด


ตัวบทความจงใจเล่นกับสถิติทางภูมิรัฐศาสตร์และเศรษฐศาสตร์ โดยตั้งคำถามว่า นับตั้งแต่ปี 1930 มีกว่า 80 ประเทศที่เคยเข้าร่วมฟุตบอลโลก แต่ทำไมมีแค่ 8 ประเทศเท่านั้นที่เคยได้ชูถ้วยแชมป์? และนี่คือข้อสรุปและสาระสำคัญที่ The Economist วิเคราะห์ไว้


1. ความรวยช่วยได้จริง (Being rich helps)


ในเชิงเศรษฐศาสตร์ ความมั่งคั่งของประเทศ (GDP per capita) มีผลโดยตรงต่อโครงสร้างพื้นฐานของฟุตบอล ประเทศที่ร่ำรวยมีเงินทุนมหาศาลในการสร้างอคาเดมี่เยาวชน วิทยาศาสตร์การกีฬา ศูนย์ฝึกที่ทันสมัย และการจ้างโค้ชระดับโลก อีกทั้งเด็กๆ ในประเทศร่ำรวยมีโอกาสเข้าถึงสนามฟุตบอล อุปกรณ์ที่มีคุณภาพ และโภชนาการที่ดีตั้งแต่อายุยังน้อย


อย่างไรก็ตาม ความรวยอย่างเดียวไม่พอที่จะรับประกันความสำเร็จ เช่น สหรัฐฯ หรือกลุ่มประเทศตะวันออกกลางที่ร่ำรวย ก็ยังไม่เคยไปถึงแชมป์โลก


2. แต่การเปิดรับผู้อพยพ คือ ไม้ตายสำคัญที่สุด (Being open to immigration works best of all)


ไฮไลต์ของบทความนี้ชี้ไปที่ปัจจัยด้านประชากรศาสตร์และการย้ายถิ่นฐาน โดยระบุว่าประเทศที่จะก้าวขึ้นสู่จุดสูงสุดของฟุตบอลโลกยุคใหม่ได้ มักเป็นประเทศที่เป็น "Melting Pot" คือ เป็นหม้อหลอมทางวัฒนธรรมและเชื้อชาติ หรือเปิดรับผู้อพยพอย่างเปิดกว้าง


ผู้อพยพนำมาซึ่งความหลากหลายทางชีวภาพ ทักษะ ร่างกาย และสไตล์การเล่นที่แตกต่างจากประชากรดั้งเดิม ลูกหลานของผู้อพยพมักมองว่า กีฬา คือ ช่องทางหลักในการยกระดับฐานะทางสังคมและความเป็นอยู่ของครอบครัว ทำให้มีความมุ่งมั่นและวินัยสูงเป็นพิเศษ เรียกได้ว่า พวกเขาเหล่านี้มีความกระหายในความสำเร็จ (Hunger for Success) อย่างสูง


มีกรณีศึกษาที่ชัดเจน อย่างเช่นฝรั่งเศส ทีมแชมป์โลก (1998 และ 2018) และรองแชมป์ (2022) ขับเคลื่อนด้วยผู้เล่นที่มีเชื้อสายแอฟริกันเกือบครึ่งทีม เช่น Kylian Mbappé หรืออดีตแกนหลักอย่าง Paul Pogba, N'Golo Kanté


ขณะที่ชาติยุโรปตะวันตกอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นเยอรมนีในยุคที่ได้แชมป์ 2014 มีผู้เล่นเชื้อสายตุรกี/โปแลนด์ หรือเบลเยียมและอังกฤษในปัจจุบัน ล้วนพึ่งพาพลังของลูกหลานผู้อพยพรุ่นที่ 2 และ 3 ทั้งสิ้น


3. วัฒนธรรมฟุตบอลและความคลั่งไคล้ (Football Obsession)


นอกจากความรวยและการเปิดรับประชากรแล้ว ตัวแบบจำลองยังชี้ว่า ความนิยมของกีฬาฟุตบอลในประเทศนั้น ต้องสูงเป็นอันดับหนึ่งด้วย เพราะต่อให้รวยและมีประชากรหลากหลาย แต่ถ้าคนในประเทศฮิตเล่นเบสบอล อเมริกันฟุตบอล หรือคริกเก็ต มากกว่า เช่น สหรัฐฯ หรืออินเดีย เม็ดเงินและทรัพยากรบุคคลที่ดีที่สุดก็จะไม่หลั่งไหลเข้ามาในระบบฟุตบอลโลก


บทความนี้พยายามจะบอกว่า ฟุตบอลโลกก็เหมือนกับระบบเศรษฐกิจในโลกยุคโลกาภิวัตน์ครับ ประเทศที่เลือกจะปิดประตูขังตัวเอง (Isolate) หรือมีนโยบายต่อต้านผู้อพยพอย่างสุดโต่ง จะสูญเสียความสามารถในการแข่งขันในระยะยาว ในทางกลับกัน ประเทศที่มั่งคั่งและเปิดรับความหลากหลายจากภายนอกเข้ามาผสมผสาน จะกลายเป็นผู้ชนะทั้งในเวทีเศรษฐกิจ ... และบนผืนหญ้าฟุตบอลโลก


แต่ว่าคงไม่ใช่แบบนั้นไปเสียทั้งหมด บทความตั้งใจลืมกล่าวถึงแชมป์โลกอย่างบราซิล อาร์เจนติน่า หรืออาจจะเป็นอิตาลีด้วย ไม่ใช่ประเทศร่ำรวย แต่มีปัจจัยที่ 2 และ 3 ที่ชัดเจน สองอย่างแค่นี้ก็ทำให้พวกเขาเป็นแชมป์โลกได้รวมๆ แล้ว 10 ครั้งในรอบ 80 ปี เลยทีเดียว

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น