หน้าเว็บ

วันจันทร์ที่ 14 กันยายน พ.ศ. 2569

Decolonized Cartography

Decolonized Cartography พัฒนา ราชวงศ์ อาศรมภูมิวิทยาศาสตร์ สาขาวิชาภูมิศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร ”แอฟริกาคือทวีปที่ใหญ่เป็นอันดับสองของโลกทั้งในแง่ของพื้นที่และจำนวนประชากร ทว่าคุณไม่มีทางรู้เรื่องนี้เลยหากดูจากแผนที่ส่วนใหญ่“ นี่เป็นข้อความโปรยหัวของการรณรงค์ Correct the Map ของกลุ่ม Speak Up Africa ด้วยเหตุผลว่า ตลอดหลายศตวรรษที่ผ่านมา เส้นโครงแผนที่แบบ Mercator Projection ได้บิดเบือนขนาดที่แท้จริงของแอฟริกามาโดยตลอด โดยการขยายขนาดยุโรปและอเมริกาเหนือให้ใหญ่เกินจริง ในขณะที่บีบแอฟริกาให้เหลือเพียงเกือบครึ่งหนึ่งของขนาดที่แท้จริง บนแผนที่เมอร์เคเตอร์ เกาะกรีนแลนด์ดูเหมือนจะมีขนาดเกือบเท่ากับทวีปแอฟริกา ทั้งที่ในความเป็นจริง แอฟริกามีขนาดใหญ่กว่าถึง 14 เท่า นี่ไม่ใช่เพียงรายละเอียดทางเทคนิคเล็กๆ น้อยๆ ในการเขียนแผนที่ เพราะแผนที่เป็นสิ่งกำหนดวิธีที่เรามองอำนาจ อัตลักษณ์ และความสำคัญ เมื่อเด็กๆ ชาวแอฟริกันเติบโตขึ้นมาโดยเห็นทวีปของตนเองถูกลดทอนขนาดลงในห้องเรียนและสื่อ สิ่งนี้จะหล่อหลอมความรู้สึกเกี่ยวกับตัวตนและตำแหน่งแห่งที่ของพวกเขาในโลก และเมื่อผู้ชมทั่วโลกซึมซับความบิดเบือนแบบเดียวกันนี้ มันยิ่งตอกย้ำการรับรู้ว่าแอฟริกาเป็นเพียงพื้นที่ชายขอบ เล็กกว่า อ่อนแอกว่า และมีความสำคัญน้อยกว่า Correct the Map คือ แคมเปญขององค์กร Speak Up Africa และ Africa No Filter ที่จัดขึ้นเพื่อยุติความบิดเบือนดังกล่าว โดยร่วมมือกับ African Union ซึ่งถือเป็นครั้งแรกที่สถาบันระดับพหุภาคีของแอฟริกามีท่าทีอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับการแสดงภาพเชิงพื้นที่ของทวีป พวกเขาเรียกร้องให้รัฐบาล สำนักข่าว สถาบันการศึกษา และองค์กรระหว่างประเทศ หันมาใช้เส้นโครงแผนที่แบบ Equal Earth Projection ซึ่งเป็นเส้นโครงแผนที่ที่ถูกต้อง และรักษาอัตราส่วนพื้นที่อย่างแท้จริง ซึ่งจะแสดงทวีปต่างๆ ตามที่เป็นจริง ข้อเรียกร้องของพวกเขานั้นตรงไปตรงมา นั่นคือ “จงแสดงภาพแอฟริกาตามความเป็นจริง” ด้วยการรวบรวมรายชื่อสนับสนุนจากทั่วโลก การรณรงค์ผ่านช่องทางดิจิทัล และการขับเคลื่อนเชิงนโยบาย พวกเรากำลังสร้างเจตจำนงทางการเมืองเพื่อทำให้แผนที่ที่ถูกต้องกลายเป็นมาตรฐานปกติ ทั้งในหลักสูตรการศึกษาของโรงเรียน ห้องข่าว และสถาบันระหว่างประเทศทั่วโลก เพราะการแก้ไขแผนที่ไม่ได้เป็นเพียงการปรับแก้ทางเทคนิคเท่านั้น แต่มันคือการเคลื่อนไหวทางการเมือง มันคืนพื้นที่อันชอบธรรมของแอฟริกาในจินตภาพระดับโลก และแก้ไขเรื่องเล่าที่โลกเคยถูกปลูกฝังมาเกี่ยวกับทวีปแห่งนี้ ทั้งในห้องเรียน ในสื่อ และในจิตใจของคนรุ่นหลัง พวกเขาไม่ได้ร้องขอแผนที่ที่สมบูรณ์แบบไร้ที่ติ แต่ร้องขอแผนที่ที่เป็นธรรม Spatial Bias อคติทางพื้นที่ หรือ Spatial Bias ที่เกิดจากแผนที่ที่เขียนลงบน Mercator Projection ไม่ได้เป็นเพียงเรื่องของความคลาดเคลื่อนทางคณิตศาสตร์ แต่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อ "อำนาจการมองเห็น" (Visual Dominance) และจิตวิทยาเชิงพื้นที่ในระดับโลกอย่างแยบยล ผลกระทบทางอคติที่ชัดเจนที่สุด สามารถสรุปได้เป็น 4 มิติหลักดังนี้ 1. การย่อขนาดของ Global South vs. การขยายใหญ่ของ Global North ด้วยสูตรคณิตศาสตร์ของ Mercator พื้นที่ยิ่งอยู่ใกล้เส้นศูนย์สูตรเท่าไร จะยิ่งถูกบีบให้ดูเล็ก และยิ่งละติจูดสูงๆ ใกล้ขั้วโลก จะยิ่งถูกยืดขยายให้ดูใหญ่ขึ้นอย่างมหาศาล กรณีของทวีปยุโรป vs. ทวีปอเมริกาใต้: ในแผนที่ Mercator ทวีปยุโรปดูมีขนาดใกล้เคียงกับทวีปอเมริกาใต้ ทั้งที่ในความเป็นจริง อเมริกาใต้ มีขนาด 17.8 ล้าน ตร.กม. ใหญ่กว่ายุโรปที่มีขนาด 10.1 ล้าน ตร.กม. เกือบ 2 เท่า กรณีของเกาะกรีนแลนด์ vs. ทวีปแอฟริกา: กรีนแลนด์ดูโตเท่ากับแอฟริกาบนแผนที่ Mercator ทั้งที่แอฟริกา ที่มีขนาด 30.3 ล้าน ตร.กม. ใหญ่กว่ากรีนแลนด์ ที่มีขนาด 2.1 ล้าน ตร.กม. ถึง 14 เท่า และกรณีทวีปแอฟริกา vs. ประเทศรัสเซีย/อเมริกา: แอฟริกาใน Mercator ดูเล็กกว่าหรือพอๆ กับรัสเซีย ทั้งที่แอฟริกาใหญ่กว่ารัสเซียเกือบ 2 เท่า และใหญ่กว่าสหรัฐอเมริกาถึง 3 เท่า 2. การสร้างภาพจำว่าศูนย์กลางโลก คือ ซีกโลกเหนือ Mercator Projection ถูกคิดค้นขึ้นในปี 1569 โดย Gerardus Mercator ชาวยุโรป เพื่อตอบโจทย์การนำทางเรือในยุคสำรวจ เพื่อให้ยุโรปอยู่ตรงกลางแผนที่และมองเห็นเส้นทางเดินเรือได้ชัดเจน ขอบบนของแผนที่จึงมักถูกตัดที่ละติจูดสูงกว่าขอบล่าง ผลลัพธ์ คือ เส้นศูนย์สูตรถูกเลื่อนลงไปอยู่ครึ่งล่างของภาพ ทำให้ประเทศในซีกโลกเหนือ (ยุโรป, อเมริกาเหนือ, รัสเซีย) ครองพื้นที่ไปมากกว่า 60-70% ของผืนแผนที่ทั้งหมด สร้างจิตวิทยาการมองเห็นว่าซีกโลกเหนือ คือ "ศูนย์กลางและความยิ่งใหญ่" ของโลก 3. อคติเชิงจิตวิทยาและการลดทอนความสำคัญ นักภูมิศาสตร์และนักสังคมศาสตร์ชี้ว่า ภาพจำจากแผนที่ที่เด็กๆ เห็นตั้งแต่ประถมส่งผลต่อความรู้สึกโดยไม่รู้ตัว (Unconscious Bias) ด้วยความสำคัญทางเศรษฐกิจและทรัพยากร ที่เมื่อประเทศกลุ่ม Global South (แอฟริกา อเมริกาใต้ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้) ถูกทำให้ดู "ตัวเล็ก" บนแผนที่ ผู้คนมักจะเชื่อมโยงขนาดพื้นที่เข้ากับอำนาจ ความสำคัญ ความหลากหลาย และปริมาณทรัพยากรโดยอัตโนมัติ การบีบแอฟริกาให้ดูเล็ก ถือเป็นการลดทอนความซับซ้อนของแอฟริกา ทำให้คนทั่วไปมักมองแอฟริกาเป็นเพียง "ผืนแผ่นดินขนาดกลางๆ" หรือมองเป็นประเทศเดียว ทั้งที่จริงมันคือทวีปมหาอำนาจทางภูมิศาสตร์ที่รวบรวมหลากหลายวัฒนธรรมและภูมิประเทศเอาไว้มากกว่า 54 ประเทศ 4. อคติเชิงสถิติและการเปรียบเทียบข้อมูล เมื่อนำ Mercator Map ไปใช้ในงานนำเสนอข้อมูลเฉพาะเรื่องเชิงสถิติ (Thematic Maps) เช่น แผนที่แสดงความหนาแน่นประชากร ปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจก หรือการกระจายตัวของโรคระบาด จะเกิดความเพี้ยนทางสายตาอย่างรุนแรง เพราะประเทศขั้วโลกที่ประชากรเบาบาง เช่น แคนาดา รัสเซีย จะระบายสีเต็มพื้นที่ผืนใหญ่โต จนดูเหมือนมีอิทธิพลต่อสถิตินั้นๆ มหาศาล ในขณะที่ประเทศแถบศูนย์สูตรที่มีประชากรหนาแน่นจะถูกบีบเหลือเพียงพื้นที่เล็กนิดเดียว ถือว่าเป็น Data Distortion ที่มีผลเสียร้ายแรง ด้วยเหตุนี้ นักภูมิศาสตร์จึงมองว่าแผนที่บน Mercator Projection มี Spatial Bias ที่ทำหน้าที่รับใช้ลัทธิจักรวรรดินิยมในอดีต และการยกเลิกการใช้ในสื่อทั่วไปเพื่อเปลี่ยนมาเป็นแผนที่อย่าง Equal Earth จึงเป็นก้าวสำคัญของการ "ปลดแอกทางความคิด" (Decolonizing Cartography) ให้สอดคล้องกับความเป็นจริงทางภูมิศาสตร์ #CorrectTheMap แคมเปญ #CorrectTheMap เป็นกระแสการรณรงค์ระดับโลกที่ผลักดันโดยประเทศโตโก ร่วมกับสหภาพแอฟริกา (African Union) โดยมีเป้าหมายเพื่อยุติต้นตอของการบิดเบือนทางภูมิศาสตร์และจิตวิทยาที่สืบทอดมาจากยุคอาณานิคม ผ่านการยกเลิกการใช้แผนที่ที่เขียนลงบนเส้นโครงแบบ Mercator Projection ในระดับสถาบันสากล 1. ปัญหามรดกทางอารยธรรมและอำนาจของ Mercator Projection เส้นโครงแบบ Mercator Projection คิดค้นขึ้นในปี 1569 โดย Gerardus Mercator เพื่อใช้ประโยชน์ในการเดินเรือข้ามมหาสมุทร เพราะรักษาทิศทางและมุมพิกัดตรงเป๊ะ แต่เมื่อมันถูกนำมาใช้เป็นแผนที่มาตรฐานในระบบการศึกษาทั่วโลก ผลข้างเคียงทางคณิตศาสตร์คือ พื้นที่ใกล้ขั้วโลกจะถูกขยายจนโตเกินจริง ความจริงทางภูมิศาสตร์ คือ ทวีปแอฟริกามีพื้นที่ราว 30.3 ล้าน ตร.กม. ซึ่งใหญ่พอจะบรรจุสหรัฐอเมริกา จีน อินเดีย ยุโรปตะวันตก และญี่ปุ่น ลงไปได้พร้อมกันทั้งหมด แต่ว่าสิ่งที่เห็นใน Mercator คือ เกาะกรีนแลนด์ พื้นที่จริงเพียง 2.1 ล้าน ตร.กม. กลับถูกขยายให้มีขนาดดูเท่ากับทวีปแอฟริกา ทั้งที่แอฟริกาใหญ่กว่าถึงประมาณ 14 เท่า กลุ่มผู้เคลื่อนไหวมองว่า การที่ทวีป Global South (แอฟริกาและอเมริกาใต้) ถูกย่อขนาดลงในสื่อและห้องเรียนมาหลายร้อยปี มีส่วนสร้างภาพจำในเชิงอคติ (Spatial Bias) ที่ลดทอนความสำคัญ ความมั่งคั่งทางทรัพยากร และศักยภาพทางประชากรของแอฟริกาในเวทีโลก 2. ทำไมต้องเป็น Equal Earth? ในอดีตเคยมีความพยายามนำเสนอแผนที่ประเภทรักษาพื้นที่อย่าง Gall-Peters Projection มาใช้แทน แต่ปัญหาคือ Gall-Peters ทำให้ทวีปต่างๆ ยืดและแบนจนผิดรูปทรง ทำให้ไม่ได้รับความนิยมในวงกว้าง แคมเปญ #CorrectTheMap จึงเลือกเสนอ Equal Earth Projection (2018) เนื่องจากคำนวณอัตราส่วนพื้นที่สัดส่วนทวีปตรงตามความเป็นจริง 100% และสามารถรักษาเส้นขอบทวีปและความโค้งมนที่ดูเป็นธรรมชาติ สวยงามน่ามองคล้ายกับ Robinson Projection ที่คนคุ้นเคย 3. การขับเคลื่อนในเวทีสหประชาชาติ (UN) แคมเปญนี้ยกระดับจากการเรียกร้องในภาคประชาสังคมไปสู่เวทีทางการเมืองระดับโลก โดยประเทศโตโกเป็นผู้เสนอข้อมติเข้าสู่สมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติ (UN General Assembly) เพื่อขอความร่วมมือให้หน่วยงาน UN ทั้งหมด ทยอยเปลี่ยนมาใช้ Equal Earth ในรายงาน เอกสาร และสื่อสิ่งพิมพ์ทางการ ให้กระทรวงศึกษาธิการของประเทศสมาชิก ปรับปรุงตำราเรียนและแผนที่ในห้องเรียน และให้บริษัทเทคโนโลยีและแพลตฟอร์มดิจิทัล ให้ทางเลือกแผนที่แสดงพื้นที่ตามจริงในระบบแผนที่โลก มติของที่ประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติ ข้อมติของที่ประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติ เมื่อวันที่ 4 กันยายน 2026 ที่ผ่านมา ผลการลงมติครั้งประวัติศาสตร์ ที่ประชุมสมัชชาใหญ่ UN ได้ลงมติเห็นชอบข้อมติไม่ผูกพัน (Non-binding resolution) เพื่อผลักดันให้หน่วยงานต่าง ๆ ของ UN สถาบันการศึกษา และองค์กรทั่วโลก ลดและทยอยยกเลิกการใช้แผนที่ที่ใช้ Mercator Projection แล้วเปลี่ยนไปใช้เส้นโครงแผนที่ Equal Earth (2018) ที่สามารถรักษาอัตราส่วนพื้นที่ถูกต้องได้แทน ข้อเสนอให้เปลี่ยนการใช้เส้นโครงแผนที่แบบ Mercator Projection มาเป็น Equal Earth Projection ซึ่งแสดงพื้นที่ผิวสัมพัทธ์ของภูมิภาคต่างๆ บนโลกได้อย่างแม่นยำยิ่งขึ้นนี้ เสนอขึ้นมาเพื่อเป็น “การกระทำแห่งความยุติธรรมทางตระหนักรู้และการชดเชยทางความทรงจำ” โดยแผนที่ Equal Earth Projection เปิดตัวครั้งแรกในการประชุมสมาคมสารสนเทศการเขียนแผนที่แห่งอเมริกาเหนือ (North American Cartographic Information Society) เมื่อปี 2018 ในแผนที่ที่เขียนลงบนเส้นโครงแผนที่แบบนี้ ทวีปยุโรปดูเหมือนจะหดเล็กลง ขณะที่ประเทศบราซิลขยายใหญ่ขึ้น และเกาะกรีนแลนด์ก็ลดขนาดลงอย่างมาก เมื่อเปรียบเทียบกันแล้วทวีปแอฟริกาจะปรากฏขนาดใหญ่ขึ้นมาก ต่อแคมเปญนี้ Jean-Noël Barrot รัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศของฝรั่งเศส ประกาศเมื่อวันศุกร์ที่ 4 กันยายน 2026 ที่ผ่านมาว่า “ฝรั่งเศสจะยกเลิกการใช้เส้นโครงแผนที่บนเส้นโครง Mercator Projection ” เพื่อหันไปใช้การแสดงภาพที่ถ่ายทอดพื้นที่ผิวของประเทศต่างๆ ได้อย่างแม่นยำยิ่งขึ้น ตามรายงานของสถานีโทรทัศน์ France 24 ซึ่งเป็นสื่อของรัฐ “สหรัฐอเมริกา รัสเซีย และจีน มีความโดดเด่นทางสายตาในสัดส่วนที่ไม่สมมดุลเมื่อเทียบกับแอฟริกา ละตินอเมริกา หรือเอเชียตะวันออกเฉียงใต้” สำนักข่าว CNN อ้างคำพูดของ Barrot แเสละอ้างต่ออีกว่า “ความบิดเบือนในที่สุดก็ฝังรากลึกในการรับรู้” และ “ถึงเวลาแล้วที่จะต้องแก้ไขมัน” การลงมติของสหประชาชาติมีขึ้นหลังจากสหภาพแอฟริการับรองแผนที่บนเส้นโครง Equal Earth Projection เมื่อเดือนมีนาคม 2026 ที่ผ่านมา และหลังจากประเทศโตโกในนามของสหภาพแอฟริกา ได้ขอให้ประเทศสมาชิกสหประชาชาติดำเนินการแบบเดียวกันในเดือนเมษายน 2026 ส่งผลให้มีการจัดทำร่างข้อมติขึ้น และสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติได้จัดให้มีการหารืออย่างไม่เป็นทางการเกี่ยวกับร่างดังกล่าวในเดือนกรกฎาคม 2026 “แอฟริกา ซึ่งครั้งหนึ่งเคยถูกย่อขนาดลงบนแผนที่ บัดนี้ยืนยันที่จะให้ผู้คนมองเห็นในขนาดที่แท้จริง ทั้งในทางภูมิศาสตร์ ประวัติศาสตร์ ศีลธรรม วัฒนธรรม เศรษฐกิจ ทางการทูต และในระดับโลก” Amma Twum-Amoah กรรมาธิการสำนักกิจการสุขภาพ มนุษยธรรม และการพัฒนาสังคมของสหภาพแอฟริกา กล่าวในแถลงการณ์เมื่อเดือนมีนาคม 2026 ทั้งนี้ประเทศนิวซีแลนด์ก็เคยมีปัญหากับแผนที่บนเส้นโครงแบบ Mercator Projection เช่นกัน โดยโฆษณาการท่องเที่ยวในปี 2018 ซึ่งมี Jacinda Ardern นายกรัฐมนตรีในขณะนั้น มาร่วมแสดง ได้ปล่อยมุกตลกไว้ว่า “นิวซีแลนด์กำลังหายไปจากแผนที่โลก” เนื่องจากตำแหน่งของประเทศที่อยู่บริเวณมุมขวาล่างสุด แผนที่ Equal Earth Projection จะช่วยแก้ไขปัญหานี้ โดยมาในหลากหลายรูปแบบ รวมถึงรูปแบบหนึ่งที่ตั้งศูนย์กลางไว้ที่ภูมิภาคโอเชียเนีย แทนที่จะเป็นกรีนิช ลอนดอน ซึ่งกรีนิชถูกใช้เป็นมาตรฐานเวลาโลกและจุดอ้างอิงทางภูมิศาสตร์ระดับโลกมาอย่างยาวนาน ปัจจุบันแพลตฟอร์มแผนที่ดิจิทัล เช่น Google Maps ก็ใช้เวอร์ชันหนึ่งของเส้นโครงแผนที่แบบ Mercator Projection เช่นกัน ข้อมตินี้จึงกระตุ้นให้แพลตฟอร์มเทคโนโลยีร่วมมือกับประเทศสมาชิกสหประชาชาติและองค์กรระดับภูมิภาค เพื่อนำเส้นโครงแผนที่ที่มีความแม่นยำยิ่งขึ้นไปปรับใช้ สรุปมติที่ประชุมสมัชชาสหประชาชาติ เมื่อวันที่ 4 กันยายน 2026 สมาชิกเห็นชอบ 164 เสียง งดออกเสียง 6 เสียง โดยมีสหรัฐอเมริกาเพียงเสียงเดียว ที่ไม่เห็นชอบ

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น