White Space
พัฒนา ราชวงศ์ อาศรมภูมิวิทยาศาสตร์
สาขาวิชาภูมิศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร
มนุษย์จำเป็นต้องพัฒนาตลอดเวลา เพื่อให้ตัวเองและชุมชนของตัวเองอยู่รอด ในโดยเฉพาะอย่างยิ่งในศตวรรษที่ 21 ยุคที่ต้องใช้ปัญญาขั้นสูงมนุษย์จึงต้องคิดได้ฉลาดขึ้น จึงจะสามารถทำงานร่วมกับปัญญาประดิษฐ์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ วันนี้พวกเราทั้งหลายก้าวเข้าสู่ยุคที่เอไอสามารถคำนวณและประมวลผลข้อมูลดิบได้เร็วกว่ามนุษย์หลายเท่า สมองของเราจึงต้องมุ่งเน้นไปที่ทักษะที่เรียกว่า "Cognitive Skills" ที่ฝังลึกอยู่ในระบบประสาทและมีเฉพาะในมนุษย์เท่านั้น
นักประสาทวิทยา Hannah Critchlow แห่งมหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ เสนอแนะว่าทักษะทางสมอง 5 ประการที่จะต้องพัฒนารองรับยุคสมัยที่เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็วจนหลายคนตามไม่ทัน แถมยังมีบางคนปฏิเสธและต่อต้านอีก ทักษะที่ว่าเหล่านั้นคือ 1) ความฉลาดทางอารมณ์ 2) ความเห็นอกเห็นใจทั้งต่อตัวเองและผู้อื่น 3) ความคิดสร้างสรรค์ผ่านการพักผ่อน 4) ความสามารถในการทนต่อความไม่แน่นอน และ 5) การมีสมองที่สามารถประเมินผลกระทบที่จะเกิดขึ้นในระยะยาว
อย่างไรก็ดีในบรรดา 5 ทักษะที่สำคัญดังกล่าวนั้น มีสองเรื่ออย่างสำคัญที่อยากขยายความเพิ่มเติม คือ ความคิดสร้างสรรค์ผ่านการพักผ่อน และความสามารถในการทนต่อความไม่แน่นอนในยุคที่โลกเปลี่ยนไวมาก โดย Critchlow ได้อธิบายแนวคิดเรื่องความคิดสร้างสรรค์ผ่านการพักผ่อนเอาไว้อย่างน่าสนใจมาก โดยเธอชี้ให้เห็นว่า สมองของเราไม่ได้ปิดสวิตช์ขณะที่เรากำลังนอนเล่น นั่งเหม่อ หรือนอนหลับอย่างที่คนส่วนใหญ่เข้าใจ ตรงกันข้าม มันเป็นการพักผ่อนที่ถือได้ว่าเป็นสภาวะทองคำที่สมองเปิดระบบประมวลผลขั้นสูงเพื่อสร้างไอเดียใหม่ๆ โดยมีกลไกทางประสาทวิทยาที่สลับซับซ้อนรองรับอยู่
ในทางศิลปะและการออกแบบภาวะแบบนั้น เรียกว่า White Space หรือ Negative Space ซึ่งเป็นแนวคิดที่ทรงพลังมาก กล่าวคือเป็นพื้นการจัดวางพื้นที่ว่างรอบๆ วัตถุ ช่วยทำให้ภาพนั้นดูสบายตา ไม่อึดอัด และทำให้สิ่งที่เราต้องการนำเสนอโดดเด่นขึ้นมา แต่ว่าหากนำแนวคิดนี้มาประยุกต์ใช้กับสมองและการบริหารชีวิตในยุคปัจจุบันที่เต็มไปด้วยความวุ่นวาย สับสน และอลหม่าน White Space หรือสร้างเวลาว่างที่ไม่มีจุดประสงค์ จึงกลายเป็นอาวุธลับที่คนยุคนี้ขาดไม่ได้เลย
White Space เป็นพื้นที่ระบายความร้อนของสมอง
สมองเราเหมือนคอมพิวเตอร์ การที่เราทำงานติดต่อกัน ประชุม ไถโซเชียล อัปเดตข่าวสารตลอดเวลา ก็เหมือนเราเปิดแท็บเบราว์เซอร์ทิ้งไว้เป็นร้อยๆ แท็บ จน RAM เต็ม เครื่องจะเริ่มร้อนและอืด
การจงใจใส่ White Space เข้าไปในปฏิทิน เช่น การนั่งเฉยๆ 15 นาทีก่อนประชุมรอบถัดไป หรือการเดินเล่นโดยไม่หยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาดู แบบนั้นคือการเคลียร์ RAM ให้สมองได้ระบายความร้อน ทำให้เรามีพลังโฟกัสกับงานชิ้นต่อไปได้ดีขึ้น
White Space เป็นจุดกำเนิดของ "Aha! Moment"
เคยสงสัยไหมครับว่า ทำไมไอเดียเจ๋งๆ หรือทางออกของปัญหาที่เราคิดแทบตายในห้องประชุม มักจะผุดขึ้นมาตอนที่เรากำลังอาบน้ำ ตอนสระผม หรือตอนกำลังเหม่อมองออกไปนอกหน้าต่างรถเมล์?
นั่นเป็นเพราะว่าสภาวะเหล่านั้น เป็น White Space เมื่อสมองส่วนหน้าหยุดเค้นหาสิ่งที่เรียกว่า "คำตอบที่ถูกต้อง" สมองส่วนลึก (Default Mode Network) จะเริ่มทำงานอย่างอิสระ มันจะหยิบจับข้อมูล
กระจัดกระจายที่เราเคยสะสมไว้มาเชื่อมโยงกันเงียบๆ แล้วส่งมอบไอเดียสำเร็จรูปมาให้ในตอนที่เรารู้สึกผ่อนคลายที่สุด
White Space เป็นเครื่องมือป้องกันการลื่นไถลไปกับความลนลาน
ถ้าปฏิทินชีวิตของเราแน่นขนัด ไม่มี White Space เลย เมื่อมีเรื่องด่วนหรือวิกฤตแทรกเข้ามา ซึ่งในยุคนี้เกิดขึ้นได้ตลอดเวลา เราจะหลุดเข้าไปในโหมดตอบสนองด้วยความตื่นตระหนก (Reactive Mode) ทันที คือ ทำอะไรไปตามสัญชาตญาณความกลัว แต่สำหรับคนที่มี White Space เผื่อไว้ในชีวิต จะมีช่องว่างให้หายใจและคิดทบทวน (Reflect) ทำให้สามารถตอบสนองต่อปัญหาด้วยความนิ่ง ความเป็นเหตุเป็นผล และมีความยืดหยุ่นสูงกว่ามาก
วิธีการสร้าง White Space แบบง่ายๆ ในแต่ละวัน
เราไม่จำเป็นต้องไปบวชหรือปลีกวิเวกเป็นสัปดาห์เพื่อหาพื้นที่ว่าง Critchlow แนะนำให้สร้าง "Micro-White Space" เล็กๆ ในชีวิตประจำวัน เช่น ใช้กฎ 50/10 สำหรับการที่ต้องทำงานหรือประชุม 1 ชั่วโมง โดยดำเนินการให้จบที่ 50 นาที แล้วปล่อย 10 นาทีที่เหลือให้เป็นพื้นที่ว่าง ห้ามเช็กอีเมล ห้ามตอบไลน์ ยืดเส้นยืดสายหรือมองออกไปไกลๆ แทน
หรือไม่ก็ใช่กฎ The First 30 Minutes ที่ปฏิบัติได้ด้วยหลังจากตื่นนอน ให้ปล่อยเวลา 30 นาทีแรกของวันเป็น White Space โดยไม่หยิบโทรศัพท์มาดู ดื่มกาแฟ นั่งนิ่งๆ หรือสบตากับตัวเองในกระจก เพื่อตั้งหลักก่อนที่คลื่นข้อมูลจะถาโถมเข้ามา หรือว่าจะใช่กฎ No-Device Commute ด้วยการเดินทางไปทำงานหรือกลับบ้านโดยไม่ใส่หูฟัง ไม่เปิดเพลง ไม่ดูคลิป ปล่อยให้จิตใจได้ไหลไปกับสภาพแวดล้อมรอบตัว
ในปฏิทินการทำงาน เรามักจะกลัวการเห็นช่องว่างและพยายามหาอะไรมาเติมให้เต็ม เพราะคิดว่านั่นคือความขยัน แต่ในความเป็นจริง ความว่างไม่ได้แปลว่าขี้เกียจ แต่มันคือการเตรียมพื้นที่ไว้รองรับสิ่งสร้างสรรค์ถัดไปต่างหาก
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น