Fastpitch Pitching
พัฒนา ราชวงศ์ ทีมผู้ฝึกสอนกีฬาซอฟท์บอล
ชมรมซอฟท์บอลและเบสบอล มหาวิทยาลัยนเรศวร
Jessica Vogel อดีตพิทเชอร์มือซ้ายของกีฬาซอฟต์บอลอาชีพชื่อดังจาก UCLA ที่หลายคนรู้จักในชื่อเดิมคือ Jessica Hall ที่เธอร่วมถ่ายทอดไว้กับทาง DICK'S Sporting Goods ได้อย่างครบถ้วน สไตล์การสอนของ Jessica Vogel จะเน้นไปที่ระบบการเคลื่อนไหวของร่างกาย (Body Positioning) และแรงกดของนิ้วลงบนตะเข็บบอล (Finger Pressure) เพื่อสร้างทิศทางการหมุนของลูก (Spin) ที่สมบูรณ์แบบ โดยเธอได้อธิบายเทคนิคและแบบฝึกของลูกพิทช์แต่ละแบบไว้ ดังนี้
1. Riseball
Jessica ยืนยันว่านี่คือลูกที่ตีได้ยากที่สุด แต่ก็ฝึกยากที่สุดเช่นกัน เพราะต้องสู้กับแรงโน้มถ่วงของโลก หัวใจสำคัญของการพิทช์ Rising ball คือ การทำ Backspin ที่หนักแน่นและหมุนลูกให้เร็วจัด
The Grip & Snap: แนะนำให้ใช้แรงกดจากนิ้วลงบนตะเข็บให้มั่นคง จังหวะปล่อยลูกต้องปล่อยต่ำระดับสะโพก โดยให้จินตนาการว่ากำลังใช้มือตักทรายขึ้นจากพื้น หรือการหมุนลูกบิดประตูอย่างรวดเร็ว เพื่อให้มืออ้อมไปอยู่ใต้ลูกเต็มที่ และจบด้วย Follow through โดยดึงมือขึ้นมาหยุดที่ระดับสะดือหรือหน้าอก
The Drill (One-Knee Drill): คุกเข่าลงข้างหนึ่ง (ให้เข่าฝั่งสวมโกลฟยื่นไปข้างหน้า) บนแนวเส้น Power Line (เส้นสมมติจากพิทเชอร์เพลทตรงไปหาโฮมเพลท) ระยะทางครึ่งหนึ่งจากปกติ แล้วฝึกสะบัดข้อมือปล่อยลูกจากหน้าลำตัวเพื่อแยกโฟกัสไปที่แกนกลางลำตัวและข้อมือโดยไม่ต้องใช้ขา
2. Dropball
จุดประสงค์ของการพิทช์ลูก Dropball คือ เพื่อบีบให้แบตเตอร์ตีลูก Ground ball ออกมา เมื่อทีมรับตกอยู่ในสถานการณ์ที่เบสเต็ม หรือต้องการเล่น Double play
The Grip: Jessica เปิดเผยว่าเธอชอบจับลูกบอลแบบ 2 ตะเข็บ (Two-seam grip) มากกว่าจับแบบ 4 ตะเข็บสำหรับการพิทช์ลูกนี้ เพราะจะช่วยให้ทั้งนิ้วชี้และนิ้วกลางวางแนบไปบนแนวตะเข็บขนานได้พอดี
The Snap: จังหวะปล่อยลูกจะตรงข้ามกับ Riseball โดยสิ้นเชิง ให้เน้นส่งแรงกดจากนิ้วชี้และนิ้วกลางดันและกดลูกลงไปข้างล่างตรงๆ เพื่อสร้างแรงหมุนแบบปั่นไปข้างหน้า (Top Spin) และให้จบด้วยการหงายศอกขึ้นหาแคทเชอร์หลังจากดึงแขนขึ้นเพื่อสร้างวงหมุน
3. Curveball
เป็นลูกเลี้ยวฉีกออกด้านข้างที่ Jessica เน้นย้ำว่า ต้องจัดระเบียบร่างกายให้ดี และใช้ความกล้าสะบัดข้อมือออกไปให้สุด เพื่อให้ลูกเลี้ยวตัดเข้ามุมสไตรค์โซนพอดี
The Mechanics: เวลาก้าวเท้าหน้าข้ามเส้น Power Line ให้ก้าวเท้าเฉียงออกนอกเส้นเล็กน้อย เพื่อสร้างมุมเปิดให้ร่างกาย แขนท่อนบนดึงลงมาโดยงอศอกเล็กน้อย แล้วบิดข้อมือตัดข้ามลำตัวเพื่อสร้างแรงเหวี่ยงหนีคนตี
The Drill (Curveball Snap Drill): ยืนห่างจากแคทเชอร์เพียง 5-7 ฟุต ล็อคช่วงแขนท่อนล่างและข้อมือให้อยู่กับที่ แล้วฝึกพิทช์ลูกบอลตัดออกจากสะโพกข้างหนึ่งไปสู่อีกข้างหนึ่ง (Hip to Hip) เพื่อเช็กว่าลูกหมุนขวางได้พอดีรอบ และมี release point ที่นิ่งหรือไม่
4. Screwball (ลูกเลี้ยวเข้าหาแบตเตอร์ถนัดมือขวา)
เป็นลูกที่ Jessica บอกว่าเรียนรู้ง่ายที่สุดสำหรับมือใหม่ เพราะสรีระการปล่อยลูกบอลค่อนข้างเป็นธรรมชาติ และมันจะมีประสิทธิภาพสูงสุดเมื่อขว้างสลับคู่กับ Curveball เพื่อให้ลูกเลี้ยวฉีกออกทั้งสองฝั่งของโฮมเพลท
The Grip & Snap: จับได้ลูกบอลได้ทั้งแบบ 4 และ 2 ตะเข็บ แต่หัวใจสำคัญอยู่ที่นิ้วชี้ ที่จะต้องเป็นนิ้วสุดท้ายที่สัมผัสและหลุดจากลูกบอล จังหวะปล่อยลูกให้ปล่อยข้างลำตัว ปรับมุมโดยการดึงสะโพกหลบไปด้านหลังเล็กน้อย หนีบศอกเข้าชิดลำตัว โดยสะบัดมือเคลื่อนที่ให้นิ้วก้อยนำหน้า (Lead with pinky) แล้วหมุนบิดข้อมือออกด้านนอก (Screw outward)
The Drill: ยืนห่างจากแคทเชอร์ 5-7 ฟุต หันสะโพกข้างที่ถนัดเข้าหาแคทเชอร์ ล็อคแขนท่อนล่าง ให้ต้นแขนด้านในหรือข้อมือแฉลบ/เฉี่ยวผ่านข้างสะโพกหรือข้างลำตัว แล้วสะบัดลูกออกไปโดยใช้นิ้วก้อยนำ
5. Pitching Routine (จิตวิทยาในสนาม)
นอกจากเทคนิคเชิงกายภาพแล้ว Jessica ยังสอนเรื่องการสร้างกิจวัตรระหว่างพิทช์ เพื่อคุมเกมให้อยู่ในมือ พิทเชอร์จะต้องกำหนดลมหายใจเข้า-ออกที่เป็นจังหวะชัดเจนก่อนขึ้นแท่นพิทช์ ทำแบบนี้มันจะช่วยลดความตื่นเต้น และช่วยให้รู้ตัวเองว่าเรากำลังพิทช์เร่งเกมตัวเองเกินไปหรือไม่
แน่นอน เรื่องของ Talk & Body Language เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่สำคัญมากๆ พิทเชอร์จะต้องคุยกับเพื่อนร่วมทีมเกี่ยวกับจำนวนเอาท์ จำนวนบอลและสไตรค์ หรือแผนการเล่นที่อาจจะเกิดขึ้น และสิ่งสำคัญมาก พิทเชอร์จะต้องรักษาภาษากายเชิงบวก (Positive body language) เอาไว้ให้ได้แบบเดิมเสมอ เพราะมันจะส่งสัญญาณบอกฝั่งตรงข้ามว่าเรายังนิ่ง นิ่งพอที่จะคุมสถานการณ์ในวงกลมพิทเชอร์ได้
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น