ทีเด็ด ’ลูกเตะมุม‘ ชี้ขาดแชมป์-หนีตกชั้น
พัฒนา ราชวงศ์ อาศรมภูมิวิทยาศาสตร์
สาขาวิชาภูมิศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร
จากบทวิเคราะห์ของ Ali Tweedale (2026) In a Premier League Season Dominated by Set-Pieces, Corners Could Decide the Title Race and Relegation Battle. Opta Analysis. MAY 1, 2026.
ท็อตแนมกับอาร์เซนอล เป็นสองทีมพรีเมียร์ลีกส์ที่สามารถทำลายสถิติการยิงประตูจากลูกเตะมุมในฤดูกาลนี้ได้มากที่สุด และลูกตั้งเตะอาจมีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งกับทั้งสองทีมในสี่เกมสุดท้ายของฤดูกาลนี้
ทุกคนอาจทราบว่าลูกตั้งเตะมีความสำคัญในเกมพรีเมียร์ลีกฤดูกาลนี้
สมัยนี้ใครๆ เขาก็ทำกันทั้งนั้น โดยเป็นการเจริญรอยตามสโมสรที่บริหารจัดการลูกนิ่ง (dead balls) ได้มีประสิทธิภาพที่สุด เพื่อหวังจะเลียนแบบความสำเร็จเหล่านั้น การเล่นลูกสูตรหรือเซตพีซ (set-pieces) เป็นวิธีที่ง่ายที่สุดในการพาบอลเข้าใกล้ประตูอย่างรวดเร็ว ในขณะเดียวกันก็สามารถส่งผู้เล่นที่มีความแข็งแกร่งทางร่างกายทุกคนไปรวมกันอยู่ในกรอบเขตโทษได้ ซึ่งการทำผลงานในจังหวะเหล่านี้ให้ดีได้กลายเป็นลำดับความสำคัญต้นๆ สำหรับหลายทีมในลีกไปแล้ว
ฤดูกาลนี้มีการทำประตูจากลูกนิ่งมากขึ้นกว่าเดิม (0.73 ประตูต่อเกม) ซึ่งถือเป็นสถิติที่สูงที่สุดเท่าที่เคยมีการบันทึกมาในพรีเมียร์ลีก (นับตั้งแต่ฤดูกาล 2013-14) นอกจากนี้ สัดส่วนของประตูที่มาจากลูกนิ่งที่ไม่ใช่จุดโทษ (26.9%) ยังพุ่งสูงขึ้นกว่าฤดูกาลไหนๆ ที่เคยมีมาอีกด้วย
ในทางกลับกัน แทบทุกทีมมีประสิทธิภาพในการเล่นเกมรุกขณะบอลเคลื่อนที่ (open play) ลดน้อยลง โดยมีเพียง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และน็อตติงแฮม ฟอเรสต์ เท่านั้น ที่มีค่าประตูที่คาดหวัง (expected goals หรือ xG) จากการเล่น open play เพิ่มขึ้น เมื่อเทียบกับฤดูกาลก่อน และถึงแม้จะเป็นสามทีมนี้ก็ตาม แต่ว่าค่า xG ที่เพิ่มขึ้นมา ก็ยังไม่ถึง 0.1 ต่อเกมด้วยซ้ำ เรียกได้ว่าบรรดาทีมที่พัฒนาขึ้นในแง่ของเกมรุก open play นั้น มีจำนวนน้อยมาก และแทบจะไม่ได้ขยับเพิ่มขึ้นเลย
ในขณะเดียวกัน มีทีมมากถึง 10 จาก 17 ทีม ที่ลงเล่นในพรีเมียร์ลีกต่อเนื่องทั้งสองฤดูกาล ที่มีค่า xG จากการเล่น open play ตกลงไปมากกว่า 0.1 ต่อเกม และน่าเป็นกังวลที่มีถึง 4 ทีม คือ สเปอร์ส ลิเวอร์พูล นิวคาสเซิล และวูล์ฟแฮมป์ตัน ที่มีค่า xG ลดฮวบลงไปมากกว่า 0.4 ต่อเกม
ในห้วงเวลานี้ซึ่งเป็นช่วงโค้งสุดท้ายจริงๆ ของฤดูกาล เป็นโค้งหักศอกคมกริบที่บีบคั้นสุดๆ มันไม่สำคัญเลยว่าการเปลี่ยนแปลงเหล่านี้จะเกิดขึ้นเพราะความตั้งใจของเหล่าผู้จัดการทีมที่หันมาให้ความสำคัญกับลูกสูตรลูกเซตพีซมากขึ้น หรือเป็นเพราะคู่แข่งรู้จักวิธีตั้งรับได้ดีขึ้นกันแน่ ประเด็นสำคัญคือมันกำลังเกิดขึ้นจริง และเมื่อเหลือเกมให้เล่นอีกเพียงไม่กี่นัด นั่นหมายความว่าความจำเป็นในการฉวยโอกาสจากลูกนิ่งให้เกิดประโยชน์สูงสุดจึงยิ่งมีทวีคูณมากขึ้นไปอีก
ปัจจัยสำคัญที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างมาก คือ การหันมาเน้นที่ลูกเตะมุม ซึ่งเป็นวิธีการบุกจากลูกนิ่งที่พบบ่อยและมีประสิทธิภาพที่สุด และเป็นที่มาของประตูจากลูกเซตพีซส่วนใหญ่ที่เกิดขึ้น
ความจริงที่เห็นได้ชัด คือ ฤดูกาลนี้มีการทำประตูจากลูกเตะมุมเฉลี่ยสูงถึง 0.48 ประตูต่อเกม ซึ่งมากที่สุดนับตั้งแต่ฤดูกาล 2013-14 เป็นต้นมา โดยประตูจากลูกเตะมุมคิดเป็น 17.5% ของประตูทั้งหมดที่เกิดขึ้นในพรีเมียร์ลีกฤดูกาลนี้ ในขณะที่สถิติสูงสุดตลอด 12 ฤดูกาลก่อนหน้านี้เคยทำไว้เพียงแค่ 13.9% เท่านั้น
ตัวเลขสถิติเหล่านี้ช่วยยืนยันในสิ่งที่เราทุกคนต่างก็ได้เห็นกันมาตลอดหลายเดือนว่า ลูกเตะมุมกำลังมีบทบาทครอบงำการแข่งขันฟอร์มพรีเมียร์ลีก มากกว่าช่วงเวลาไหนๆ ในความทรงจำระยะหลัง
นั่นหมายความว่า มีโอกาสสูงมากที่ลูกเตะมุมจะยังคงเป็นหัวใจสำคัญในช่วงที่เหลือของฤดูกาล และอาจกลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญในการฟาดฟันกันของบรรดาทีมทั้งในกลุ่มลุ้นแชมป์และกลุ่มหนีตกชั้น
ที่เป็นเช่นนั้นก็เพราะว่า สองทีมที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดในการเล่นลูกเตะมุม กำลังอยู่ในช่วงที่ต้องต่อสู้สุดตัวเพื่อกอบกู้ฤดูกาลของพวกเขา
ทีมแรกเลยเป็นอาร์เซนอล ทีมที่เก่งที่สุดเท่าที่พรีเมียร์ลีกเคยมีมา ในแง่ของการสร้างสรรค์โอกาสและทำประตูจากลูกเตะมุม จากประตูของ Eberechi Eze ในเกมที่พบกับนิวคาสเซิลเมื่อสุดสัปดาห์ก่อน ซึ่งเริ่มมาจากการเล่นเตะมุมสั้น พวกเขาได้ทำลายสถิติพรีเมียร์ลีกในการทำประตูจากจังหวะเตะมุมมากที่สุดต่อหนึ่งฤดูกาลลงได้ ด้วยจำนวน 17 ประตู โดยสถิติเดิมคือ 16 ประตู ซึ่งมีสามทีมเคยทำไว้ ได้แก่ อาร์เซนอล (2023-24) เวสต์บรอมวิช อัลเบียน (2016-17) และโอลด์แฮม แอธเลติก (1992-93)
อย่างไรก็ตาม ด้วยความโดดเด่นของลูกเตะมุมในฤดูกาลนี้ ทำให้มีอีกหนึ่งทีมที่อาจจะทำลายสถิติเดิมนั้นได้เช่นกัน นั่นคือ ท็อตแนม ฮอตสเปอร์ ที่ทำไปแล้ว 15 ประตูจากลูกเตะมุมในฤดูกาล 2025-26 ซึ่งตามหลังสถิติเดิมที่อาร์เซนอลเพิ่งทลายไปเพียงลูกเดียว และตามหลังอาร์เซนอลอยู่แค่ 2 ลูกเท่านั้น
อาร์เซนอลยังคงอยู่ในเส้นทางลุ้นแชมป์พรีเมียร์ลีก และในขณะที่มีแต้มเท่ากับซิตี้ พวกเขาอาจจำเป็นต้องเร่งทำผลต่างประตูได้เสียเพิ่ม หากคู่แข่งของพวกเขายังคงเก็บชัยชนะได้อย่างต่อเนื่องเช่นกัน ซึ่งในความเป็นจริง เมื่อพิจารณาจากช่วงที่อาร์เซนอลต้องประสบความยากลำบากเมื่อไม่นานมานี้ ลูกนิ่งจะกลายเป็นกุญแจสำคัญหากพวกเขาต้องการคว้าแชมป์ด้วยการทำแต้มแซงหน้าซิตี้ และต่อให้พวกเขาต้องหวังพึ่งให้ซิตี้พลาดเอง แต่ว่าการจะเก็บชัยชนะในแต่ละนัดก็อาจจะต้องตัดสินกันที่ลูกเตะมุม เหมือนอย่างที่เกิดขึ้นในเกมกับนิวคาสเซิลเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา
ลูกทีมของ Mikel Arteta มีค่าประตูที่คาดหวัง (xG) จากลูกเตะมุมสูงที่สุดในบรรดาทุกทีมในพรีเมียร์ลีกฤดูกาลนี้ (12.1) และพวกเขายังมีโอกาสส่องประตูจากจังหวะเตะมุมมากที่สุดอีกด้วย (95 ครั้ง) นอกจากนี้พวกเขายังมี Declane Rice ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้เล่นที่เปิดลูกเตะมุมได้มีประสิทธิภาพที่สุดในลีก โดยมีเพียงลูกเตะมุมของ Bruno Fernandes เท่านั้นที่นำไปสู่การได้ประตูมากกว่า (8 ประตู) ของ Rice (7 ประตู) ในพรีเมียร์ลีกซีซั่นนี้ อย่างไรก็ตาม ลูกเตะมุมของไรซ์นั้นสร้างสรรค์โอกาสที่คิดเป็นค่า xG รวมแล้วสูงที่สุดในลีกอย่างขาดลอย (อยู่ที่ 6.9
ในสี่นัดสุดท้าย อาร์เซนอลจะต้องเผชิญหน้ากับ เวสต์แฮม ซึ่งเป็นทีมที่มีสถิติเกมรับแย่ที่สุดในพรีเมียร์ลีกเมื่อพิจารณาจากการเสียประตูจากลูกเตะมุมในฤดูกาลนี้ (15 ประตู) รวมถึงต้องเจอกับเบิร์นลีย์ ที่แม้จะเสียไปเพียง 8 ประตู แต่กลับเป็นทีมที่ครองสถิติค่า xG ที่ยอมให้คู่แข่งลุ้นประตูจากลูกเตะมุมสูงที่สุดในลีก (11.3) ซึ่งทั้งสองเกมนี้อาจเป็นโอกาสทองในการเร่งทำผลต่างประตูได้เสียเพิ่มขึ้น
อย่างไรก็ตาม อาร์เซนอลจะต้องเจอกับบททดสอบที่หินกว่าในการพบกับฟูแล่มและคริสตัล พาเลซ ซึ่งเสียประตูจากจังหวะเตะมุมไปเพียง 8 และ 7 ประตูตามลำดับ และน่าจะสู้ได้ดีกว่าในจังหวะป้องกันลูกนิ่ง ถึงกระนั้น อาร์เซนอลก็เคยทำประตูจากลูกเตะมุมได้ในเกมที่พบกับฟูแล่มนัดแรก และพวกเขาคงหวังว่าจะได้ลูกเตะมุมมากกว่า 4 ครั้งเหมือนในเกมที่เฉือนชนะพาเลซ 1-0 ที่เอมิเรตส์เมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่านมา
ในขณะเดียวกัน ท็อตแนม ฮอตสเปอร์ กำลังต่อสู้เพื่อความอยู่รอดที่อีกฟากหนึ่งของตารางคะแนน หลังจากต้องดิ้นรนกับการสร้างสรรค์โอกาสในเกม open play มาตลอดทั้งฤดูกาล โดยมีเพียงวูล์ฟแฮมป์ตัน ทีมที่ตกชั้นไปแล้วเท่านั้น (0.52) ที่มีค่าเฉลี่ย xG จากการเล่น open play ต่อเกมต่ำกว่าสเปอร์ส (0.68) ในพรีเมียร์ลีกฤดูกาลนี้
พวกเขากลายเป็นทีมที่พึ่งพาลูกนิ่งมากจนเกินไป โดยมีสัดส่วนการได้ประตูจากลูกสูตรที่ไม่ใช่จุดโทษสูงถึง 34.9%ซึ่งถือเป็นสัดส่วนที่สูงที่สุดกว่าทุกทีมในพรีเมียร์ลีก
อย่างไรก็ตาม การพึ่งพานี้ไม่ได้มาจากลูกสูตรทุกรูปแบบ เพราะประตูจากเซตพีซทั้ง 15 ประตู ของพวกเขานั้น มาจากลูกเตะมุมทั้งหมด แม้สเปอร์สจะได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในทีมที่ทำประตูจากลูกเตะมุมได้ดีที่สุดเท่าที่พรีเมียร์ลีกเคยมีมา แต่ในฤดูกาลนี้พวกเขากลับยังทำประตูจากจังหวะฟรีคิกหรือลูกทุ่มไม่ได้เลยแม้แต่ประตูเดียว โดยเฉพาะลูกทุ่มไกลจำนวนมหาศาลของพวกเขาที่ยังไม่สามารถเปลี่ยนเป็นประตูได้เลยสักครั้ง
ปัญหาที่พอกพูนอยู่แล้วยิ่งเลวร้ายลงไปอีกเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา เมื่อผู้เล่นที่ดีที่สุดและสร้างสรรค์เกมได้มากที่สุดของทีมอย่าง Xavi Simons ต้องถูกหามออกจากสนามด้วยอาการบาดเจ็บเอ็นไขว้หน้าเข่าฉีกขาด ซึ่งยืนยันแล้วว่าเขาต้องปิดเทอมยาวทั้งฤดูกาล
ในช่วงแรกดูเหมือนว่าพวกเขาจะไม่สามารถเจาะแนวรับของวูล์ฟแฮมป์ตันได้เลยเมื่อขาดตัวทำเกมหลักไป จนกระทั่งมาได้ประตูชัยในช่วงท้ายเกมจาก João Palhinha ที่จิ้มบอลขลุกขลิกเข้าประตูไปจากจังหวะเตะมุม ซึ่งนั่นถือเป็นโอกาสทำประตูที่ดีที่สุดของสเปอร์สในเกมนั้นเลยทีเดียว
เมื่อขาด Simons ไปสมทบกับ oined Wilson Odobert, Dejan Kulusevski และ Mohammed Kudus ในฐานะกลุ่มผู้เล่นตัวสร้างสรรค์เกมของสเปอร์สที่กำลังนอนพักรักษาตัวอยู่ในขณะนี้ สเปอร์สย่อมจะพบกับความยากลำบากยิ่งขึ้นไปอีกในการหาช่องทางทำประตูในช่วงสัปดาห์สุดท้ายของฤดูกาล ซึ่งการฉวยโอกาสจากลูกเตะมุมอาจกลายเป็นหัวใจสำคัญต่อโอกาสในการอยู่รอดปลอดภัยของพวกเขา
สเปอร์สอาจต้องการชัยชนะอีกเพียงแค่สองนัดเท่านั้น และสองในสี่เกมที่เหลือของพวกเขาคือการเจอกับทีมที่มีสถิติป้องกันลูกเตะมุมได้ไม่ดีนัก โดยมีเพียงเวสต์แฮมทีมเดียวเท่านั้นที่เสียประตูจากลูกเตะมุมในฤดูกาลนี้มากกว่าเชลซี (11 ประตู) ซึ่งสเปอร์สมีคิวจะดวลด้วยในวันที่ 19 พฤษภาคม ส่วนลีดส์ ยูไนเต็ด ที่สเปอร์สจะเจอในวันจันทร์หน้า ก็เสียประตูจากลูกเตะมุมไปแล้วถึง 9 ลูก แถมมีเพียงสองทีมในลีกเท่านั้นที่ปล่อยให้คู่แข่งมีโอกาสส่องประตูจากลูกเตะมุมได้มากกว่าลีดส์ (92 ครั้ง) ขณะที่ เอฟเวอร์ตัน อีกหนึ่งคู่แข่งที่เหลือของสเปอร์ส ก็ตามมาติด ๆ ในโผนี้ด้วยจำนวน 88 ครั้ง
ในช่วงเวลาที่ท็อตแนมต้องการที่พึ่งสักอย่าง ไม่ว่าจะเป็นอะไรก็ตามเพื่อยึดเหนี่ยวไว้ ลูกเตะมุมนี่แหละที่อาจเป็นความหวังที่ดีที่สุดในการพาพวกเขาหลุดพ้นจากสถานการณ์อันย่ำแย่ที่เป็นอยู่
แน่นอนว่าการพึ่งพาลูกนิ่งมากเกินไปเช่นนี้ถือเป็นปัญหาใหญ่ของท็อตแนมมาตลอดทั้งฤดูกาล เพราะโดยธรรมชาติแล้ว ลูกเซตพีซนั้นป้องกันได้ง่ายกว่าการเล่นฟุตบอลที่เปี่ยมคุณภาพในจังหวะ Open play และมีคู่แข่งหลายต่อหลายทีมที่พบว่าการรับมือกับสเปอร์สนั้นไม่ใช่เรื่องยากเกินความสามารถ
ทางด้านอาร์เซนอลเองก็ประสบปัญหาในการทำประตูได้อย่างเป็นกอบเป็นกำเช่นกัน เมื่อเจอทีมที่สามารถสกัดกั้นไม่ให้พวกเขาขึ้นนำจากลูกนิ่งได้ พวกเขาถูกวิจารณ์ว่าพึ่งพาเซตพีซมากเกินไป แม้ว่าการ "พึ่งพา" ที่ว่านี้จะไม่ได้ส่งผลเสียร้ายแรงต่อพวกเขาเหมือนที่เกิดกับสเปอร์สก็ตาม ซึ่งท้ายที่สุดแล้ว การที่พวกเขาจะคว้าแชมป์ได้หรือไม่นั่นแหละ ที่จะเป็นตัวตัดสินว่ามุมมองที่ผู้คนมีต่อการเน้นลูกเซตพีซของพวกเขาจะเป็นอย่างไร
อย่างไรก็ตาม เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ทั้งสองทีมจากลอนดอนเหนือต่างก็เก็บชัยชนะ 1-0 ที่ทั้งหวุดหวิด บีบหัวใจ แต่สำคัญอย่างยิ่งยวดมาได้ โดยได้ประตูโทนจากลูกเตะมุมเหมือนกันเปี๊ยบ และแน่นอนว่าทั้งคู่คงอยากให้เหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นซ้ำอีกสักสองสามครั้งในช่วงที่เหลือของฤดูกาล
หากทำประตูได้ คงไม่มีใครมานั่งบ่นหรอกว่าประตูนั้นได้มาอย่างไร และหากพวกเขาเก็บชัยชนะได้อีกครั้งในสุดสัปดาห์นี้เหนือคู่แข่งที่เคี้ยวลากดินด้วยลูกเตะมุมอีกสักลูก ทุกคนก็คงจะมีความสุขกันถ้วนหน้า
ท่ามกลางความกดดันที่ถาโถมเข้าใส่ทั้งสองทีม พวกเขาอาจจำเป็นต้องดึงศักยภาพจากลูกนิ่งออกมาใช้ให้มากกว่าที่เคย ซึ่งความสำเร็จในจังหวะเหล่านี้อาจเป็นตัวตัดสินชะตากรรมของทั้งหัวตารางและท้ายตารางได้เลย
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น