ยุงเลือกกัดบางคน ส่วนบางคนยุงไม่กัด
พัฒนา ราชวงศ์ อาศรมภูมิวิทยาศาสตร์
สาขาวิชาภูมิศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร
อดีตนายกสมาคมภูมิศาสตร์แห่งประเทศไทย
บทความเรื่อง "Why do mosquitoes bite some people more than others?" ของ Katherine Wang ที่เผยแพร่ทาง BBC Online เป็นการเรียบเรียงข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ที่น่าสนใจ โดยเจาะลึกไปที่สาเหตุว่าทำไมบางคนถึงเป็นแม่เหล็กดึงดูดยุง ในขณะที่คนข้างๆ กลับไม่โดนกัดเลยสักนิด ซึ่งบทความนี้ได้ลบล้างความเชื่อเก่าๆ (เช่น เรื่องคนเลือดหวาน) แล้วแทนที่ด้วยหลักฐานทางเคมีและชีววิทยาอย่างชัดเจน ดังนี้
1. จุดเริ่มต้นจากระยะไกล: ลมหายใจและการมองเห็น
ยุงสามารถตรวจจับเป้าหมายได้ไกลถึง 10 เมตร โดยใช้สัญญาณภาพร่วมกับประสาทสัมผัสทางการดมกลิ่น
ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO₂): ทุกครั้งที่เราหายใจออก ยุงจะจับสัญญาณคาร์บอนไดออกไซด์ได้ทันที และสิ่งนี้จะเปิดโหมดตามล่าเหยื่อ (host-seeking behavior) ของมัน
กลุ่มเสี่ยงสูง: ผู้ใหญ่ที่ปล่อย CO₂ มากกว่าเด็ก คนตัวใหญ่ หญิงตั้งครรภ์ (ดึงดูดยุงมากกว่าคนทั่วไป 2 เท่า) และคนที่เพิ่งออกกำลังกายเสร็จใหม่ๆ เนื่องจากมีอัตราการเผาผลาญที่สูงขึ้น จึงปล่อยทั้งความร้อนและ CO₂ ออกมามากกว่าปกติ
2. จุดตัดสินในระยะประชิด: กลิ่นผิวและแบคทีเรีย
เมื่อยุงบินเข้ามาใกล้ในระยะน้อยกว่า 10 เมตร
เมื่อยุงบินเข้ามาใกล้ ในระยะที่น้อยกว่า 10 เมตร พวกมันมันจะเลือกเหยื่อจากกลิ่นผิวเฉพาะตัว (skin scent) ไม่ใช่รสชาติของเลือด โดยระบุตัวเหยื่อผ่านสัญญาณที่ส่งต่อกันมาเป็นทอดๆ ซึ่งรวมถึงกลิ่นผิวหนังและกลิ่นลมหายใจด้วย
โดยเนื้อแท้แล้ว มันคือเรื่องของกลิ่นต่างหาก ซึ่งกลิ่นนี้เองที่เป็นตัวกำหนดว่ายุงจะเลือกกัดใคร สารเคมีขนาดเล็กที่ระเหยได้ง่ายมากเหล่านี้คือตัวแปรสำคัญ เพราะยุงนั้นใช้ชีวิตอยู่ในโลกของสารเคมีมา
ลินด์เซย์ร่วมกับนักวิทยาศาสตร์คนอื่นๆ ได้ช่วยกันลบล้างความเชื่อผิดๆ ที่ว่าคนที่มี 'เลือดหวาน' จะมีโอกาสโดนยุงกัดมากกว่า และพบว่าแท้จริงแล้วยุงถูกดึงดูดด้วยกลิ่นผิวเฉพาะตัว (skin scent) ของเราต่างหาก โดยไมโครไบโอมบนผิวหนัง (กลุ่มจุลินทรีย์ประจำถิ่น) สามารถย่อยสลายคาร์โบไฮเดรต กรดไขมัน และเปปไทด์บนผิว ให้กลายเป็นสารอินทรีย์ระเหยง่าย (VOCs: volatile organic compounds) ซึ่งสารเหล่านี้จะระเหยสู่อากาศได้ง่ายและยุงสามารถแยกแยะความแตกต่างได้
ไมโครไบโอมบนผิวหนัง (skin microbiome): แบคทีเรียประจำถิ่นบนผิวของแต่ละคนจะย่อยสลายไขมัน คาร์โบไฮเดรต และเปปไทด์ในเหงื่อ ออกมาเป็นสารอินทรีย์ระเหยง่ายที่แตกต่างกันมากกว่า 500 ชนิด
สารเคมีโปรดของยุง: ยุงจะหลงใหลในกลิ่นของแอมโมเนีย กรดแลกติก และโดยเฉพาะอย่างยิ่ง กรดคาร์บอกซิลิก(carboxylic acids)
คณะนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยร็อกกี้เฟลเลอร์ (Rockefeller University) ในสหรัฐอเมริกา ได้ทำการวิเคราะห์กลิ่นผิวของกลุ่มตัวอย่างจำนวน 64 คน ที่สวมปลอกแขนไนลอนเป็นเวลา 6 ชั่วโมง โดยปล่อยให้ยุงเลือกบินเข้าหาตัวอย่างปลอกแขนเหล่านี้ ซึ่งทำหน้าที่เสมือนอุปกรณ์เก็บกักกลิ่น ผลลัพธ์แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่า ยุงชอบกลิ่นของกลุ่มคนที่ผิวหนังมีการผลิตกรดคาร์บอกซิลิกในปริมาณที่สูงกว่า
คณะนักวิจัยได้คำนวณคะแนนความดึงดูดยุงของแต่ละคนออกมา และพบว่า ผู้ที่ได้คะแนนสูงสุด มีแรงดึงดูดยุงมากกว่าผู้ที่ได้คะแนนต่ำสุดถึง 100 เท่า ยิ่งไปกว่านั้น ความแตกต่างนี้ยังคงคงเส้นคงวาอยู่ยาวนานหลายปี โดยไม่เกี่ยงว่าวิถีชีวิตหรือพฤติกรรมการใช้ชีวิตของพวกเขาจะเปลี่ยนไปอย่างไรก็ตาม เรียกว่าระดับความดึงดูดยุงในตัวคุณ (เมื่อเทียบกับคนอื่น) นั้น ค่อนข้างจะเป็นสิ่งที่ไม่เปลี่ยนแปลง
3. สรุปคำแนะนำในการป้องกัน
ผู้เขียนทิ้งท้ายว่า "กลิ่นผิว" เป็นเรื่องของพันธุกรรมและจุลินทรีย์ที่เราเปลี่ยนไม่ได้ สิ่งที่ทำได้ดีที่สุดคือการป้องกันตัวเองเชิงรุก ได้แก่การเลือกใช้ยากันยุงที่มีสารออกฤทธิ์ที่ผ่านการพิสูจน์แล้ว เช่น DEET, Picaridin หรือ PMD และการสวมเสื้อผ้าแขนยาวขายาวที่ผ่านการบำบัดด้วยสารไล่แมลง และคอยทาซ้ำเมื่อมีเหงื่อออก
บทความนี้สรุปได้ดีและเข้าใจง่าย ช่วยให้เราเข้าใจว่าการโดนยุงกัดไม่ใช่เรื่องของโชคร้าย แต่เป็นเรื่องของเคมีบนผิวที่ลงตัวสำหรับยุงนั่นเอง
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น