หน้าเว็บ

วันจันทร์ที่ 13 กรกฎาคม พ.ศ. 2569

everydayness

ยุงเลือกกัดบางคน ส่วนบางคนยุงไม่กัด

พัฒนา ราชวงศ์ อาศรมภูมิวิทยาศาสตร์

สาขาวิชาภูมิศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร

อดีตนายกสมาคมภูมิศาสตร์แห่งประเทศไทย


บทความเรื่อง "Why do mosquitoes bite some people more than others?" ของ Katherine Wang ที่เผยแพร่ทาง BBC Online เป็นการเรียบเรียงข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ที่น่าสนใจ โดยเจาะลึกไปที่สาเหตุว่าทำไมบางคนถึงเป็นแม่เหล็กดึงดูดยุง ในขณะที่คนข้างๆ กลับไม่โดนกัดเลยสักนิด ซึ่งบทความนี้ได้ลบล้างความเชื่อเก่าๆ (เช่น เรื่องคนเลือดหวาน) แล้วแทนที่ด้วยหลักฐานทางเคมีและชีววิทยาอย่างชัดเจน ดังนี้


1. จุดเริ่มต้นจากระยะไกล: ลมหายใจและการมองเห็น


ยุงสามารถตรวจจับเป้าหมายได้ไกลถึง 10 เมตร โดยใช้สัญญาณภาพร่วมกับประสาทสัมผัสทางการดมกลิ่น


ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO₂): ทุกครั้งที่เราหายใจออก ยุงจะจับสัญญาณคาร์บอนไดออกไซด์ได้ทันที และสิ่งนี้จะเปิดโหมดตามล่าเหยื่อ (host-seeking behavior) ของมัน  


p0nxl9kv.jpg.png


กลุ่มเสี่ยงสูง: ผู้ใหญ่ที่ปล่อย CO₂ มากกว่าเด็ก คนตัวใหญ่ หญิงตั้งครรภ์ (ดึงดูดยุงมากกว่าคนทั่วไป 2 เท่า) และคนที่เพิ่งออกกำลังกายเสร็จใหม่ๆ เนื่องจากมีอัตราการเผาผลาญที่สูงขึ้น จึงปล่อยทั้งความร้อนและ CO₂ ออกมามากกว่าปกติ


2. จุดตัดสินในระยะประชิด: กลิ่นผิวและแบคทีเรีย


เมื่อยุงบินเข้ามาใกล้ในระยะน้อยกว่า 10 เมตร


เมื่อยุงบินเข้ามาใกล้ ในระยะที่น้อยกว่า 10 เมตร พวกมันมันจะเลือกเหยื่อจากกลิ่นผิวเฉพาะตัว (skin scent) ไม่ใช่รสชาติของเลือด โดยระบุตัวเหยื่อผ่านสัญญาณที่ส่งต่อกันมาเป็นทอดๆ ซึ่งรวมถึงกลิ่นผิวหนังและกลิ่นลมหายใจด้วย


โดยเนื้อแท้แล้ว มันคือเรื่องของกลิ่นต่างหาก ซึ่งกลิ่นนี้เองที่เป็นตัวกำหนดว่ายุงจะเลือกกัดใคร สารเคมีขนาดเล็กที่ระเหยได้ง่ายมากเหล่านี้คือตัวแปรสำคัญ เพราะยุงนั้นใช้ชีวิตอยู่ในโลกของสารเคมีมา


ลินด์เซย์ร่วมกับนักวิทยาศาสตร์คนอื่นๆ ได้ช่วยกันลบล้างความเชื่อผิดๆ ที่ว่าคนที่มี 'เลือดหวาน' จะมีโอกาสโดนยุงกัดมากกว่า และพบว่าแท้จริงแล้วยุงถูกดึงดูดด้วยกลิ่นผิวเฉพาะตัว (skin scent) ของเราต่างหาก โดยไมโครไบโอมบนผิวหนัง (กลุ่มจุลินทรีย์ประจำถิ่น) สามารถย่อยสลายคาร์โบไฮเดรต กรดไขมัน และเปปไทด์บนผิว ให้กลายเป็นสารอินทรีย์ระเหยง่าย (VOCs: volatile organic compounds) ซึ่งสารเหล่านี้จะระเหยสู่อากาศได้ง่ายและยุงสามารถแยกแยะความแตกต่างได้


ไมโครไบโอมบนผิวหนัง (skin microbiome): แบคทีเรียประจำถิ่นบนผิวของแต่ละคนจะย่อยสลายไขมัน คาร์โบไฮเดรต และเปปไทด์ในเหงื่อ ออกมาเป็นสารอินทรีย์ระเหยง่ายที่แตกต่างกันมากกว่า 500 ชนิด  


สารเคมีโปรดของยุง: ยุงจะหลงใหลในกลิ่นของแอมโมเนีย กรดแลกติก และโดยเฉพาะอย่างยิ่ง กรดคาร์บอกซิลิก(carboxylic acids)  


คณะนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยร็อกกี้เฟลเลอร์ (Rockefeller University) ในสหรัฐอเมริกา ได้ทำการวิเคราะห์กลิ่นผิวของกลุ่มตัวอย่างจำนวน 64 คน ที่สวมปลอกแขนไนลอนเป็นเวลา 6 ชั่วโมง โดยปล่อยให้ยุงเลือกบินเข้าหาตัวอย่างปลอกแขนเหล่านี้ ซึ่งทำหน้าที่เสมือนอุปกรณ์เก็บกักกลิ่น ผลลัพธ์แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่า ยุงชอบกลิ่นของกลุ่มคนที่ผิวหนังมีการผลิตกรดคาร์บอกซิลิกในปริมาณที่สูงกว่า


คณะนักวิจัยได้คำนวณคะแนนความดึงดูดยุงของแต่ละคนออกมา และพบว่า ผู้ที่ได้คะแนนสูงสุด มีแรงดึงดูดยุงมากกว่าผู้ที่ได้คะแนนต่ำสุดถึง 100 เท่า ยิ่งไปกว่านั้น ความแตกต่างนี้ยังคงคงเส้นคงวาอยู่ยาวนานหลายปี โดยไม่เกี่ยงว่าวิถีชีวิตหรือพฤติกรรมการใช้ชีวิตของพวกเขาจะเปลี่ยนไปอย่างไรก็ตาม เรียกว่าระดับความดึงดูดยุงในตัวคุณ (เมื่อเทียบกับคนอื่นนั้น ค่อนข้างจะเป็นสิ่งที่ไม่เปลี่ยนแปลง


3. สรุปคำแนะนำในการป้องกัน


ผู้เขียนทิ้งท้ายว่า "กลิ่นผิว" เป็นเรื่องของพันธุกรรมและจุลินทรีย์ที่เราเปลี่ยนไม่ได้ สิ่งที่ทำได้ดีที่สุดคือการป้องกันตัวเองเชิงรุก ได้แก่การเลือกใช้ยากันยุงที่มีสารออกฤทธิ์ที่ผ่านการพิสูจน์แล้ว เช่น DEET, Picaridin หรือ PMD และการสวมเสื้อผ้าแขนยาวขายาวที่ผ่านการบำบัดด้วยสารไล่แมลง และคอยทาซ้ำเมื่อมีเหงื่อออก


บทความนี้สรุปได้ดีและเข้าใจง่าย ช่วยให้เราเข้าใจว่าการโดนยุงกัดไม่ใช่เรื่องของโชคร้าย แต่เป็นเรื่องของเคมีบนผิวที่ลงตัวสำหรับยุงนั่นเอง

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น