หน้าเว็บ

วันเสาร์ที่ 3 มกราคม พ.ศ. 2569

everydayness

เกาะนรกของคนโสด

บทความนี้เขียนดี ด้วยตั้งต้นจากปัญหาประชากรศาสตร์ที่กำลังจะขาดสมดุล เนื่องจากผู้คนไม่ยอมแต่งงานมีลูกหลานไว้สืบสกุล โดยเฉพาะผู้หญิงที่มีทางเลือกแต่ไม่ค่อยเลือก อาจเป็นความไม่เอาไหนของผู้ชายสมัยนี้ ผู้หญิงเขาเลยไม่อยากเลือก สังคมไทยขืนปล่อยให้เป็นแบบนี้ไปเรื่อยๆ เรามีโอกาสสิ้นชาติกันสักวัน นักผังเมืองเขาไม่รองอมืองอเท้า เขาออกมาโทษตัวเองว่า เป็นต้นเหตุเป็นผู้สร้างเกาะนรกนี้ขึ้นมา แล้วเขาก็แสดงทัศนะแห่งความรับผิดชอบสังคมให้เห็น

ลองอ่านดู

ทิ้งทวนกระแส Single’s Inferno รายการเดตสุดฮิตของประเทศเกาหลีใต้ ด้วยคอนเซปต์เข้าใจง่ายอย่างการมีคู่จะได้ไปเดตกันที่เกาะสวรรค์ ใช้ชีวิตสนุกสนาน มีความสุข ส่วนคนที่จับคู่ไม่สำเร็จก็ต้องจมอยู่ในเกาะนรกต่อไป


ถ้าพูดว่าสถานที่ที่เต็มไปด้วยคนโสดคือเกาะนรก ตอนนี้กรุงเทพมหานครของเราก็อาจจะเป็นเกาะนรกไม่ต่างกัน เนื่องจากข้อมูลการสำรวจภาวะเศรษฐกิจและสังคมของครัวเรือน (SES) ของสำนักงานสถิติแห่งชาติ ปี 2566 พบว่า ทั้งประเทศมีคนโสดอยู่ 23.9 เปอร์เซ็นต์ หรือคิดง่ายๆ ว่า ถ้ามีคนไทยเดินมา 5 คน หนึ่งในนั้นเป็นคนโสด

และส่วนที่สำคัญที่สุดคือ คนโสดส่วนใหญ่อาศัยอยู่ในพื้นที่เขตเมือง โดยกรุงเทพฯ มีสัดส่วนคนโสดต่อประชากรในพื้นที่สูงที่สุดเมื่อเทียบกับภูมิภาคอื่นๆ ถึงร้อยละ 50.4

อีกหนึ่งความน่าสนใจคือ 1 ใน 3 ของคนโสด (32.7%) จบการศึกษาในระดับปริญญาตรีขึ้นไป และเมื่อแบ่งตามเพศพบว่า คนโสดเพศหญิงมีสัดส่วนคนจบปริญญาตรีอยู่ที่ 42 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งสูงกว่าเพศชายเกือบเท่าตัว โดยคนโสดเพศชายมีสัดส่วนคนจบปริญญาตรีอยู่ที่ 25.7 เปอร์เซ็นต์ หรือสรุปง่ายๆ ว่า คนโสดส่วนใหญ่เป็นผู้หญิงที่จบปริญญาตรีและอาศัยอยู่ในตัวเมือง แน่นอนว่าพออ่านมาถึงตรงนี้ก็อาจพานคิดถึงเหมยลี่ ไอคอนิกแห่งสาวโสดชาวกรุง หรือแม้กระทั่งเราๆ เองที่อาศัยอยู่ในเมืองนี้ด้วยใจลำพังเช่นกัน

💔ช้ำใจที่ยังโสด ต้องโทษผังเมืองกรุงเทพฯ


หลายคนคงเคยได้ยินเรื่องราวความไม่โรแมนติกของเมืองที่ทำให้คนมีคู่ได้ยากขึ้น ทั้งประเด็นเรื่องของผังเมืองที่ทำให้รถติด เวลาขับรถไปเดตกันก็โมโหเพราะไฟแดงถี่เสียเหลือเกิน หรือถ้าพากันขึ้นขนส่งสาธารณะ ไม่ว่าจะรถไฟฟ้าบนดินหรือใต้ดินก็เดตกันยากเย็น เพราะนอกจากจะได้ใกล้ชิดกับคู่เดตเราแบบไม่ได้ตั้งใจแล้ว ก็ยังได้แนบสนิทกับคนอีกนับร้อยชีวิตที่ยืนติดกันเป็นปลากระป๋องเช่นเดียวกัน


หากจะเดินชมวิวกรุงเทพฯ ตามท้องถนน ก็คงต้องเป็นคนที่ชอบพอในตัวเรามากจริงๆ ถึงจะทนเห็นภาพความเฉิ่มเบ๊อะที่สะดุดตัวหนอนฟุตพาท พื้นต่างระดับ หรือทางเท้า 1 มิลลิเมตรที่มีเสาไฟหรือต้นไม้มาขวางทางเดินไว้ จนกลายเป็นว่าจากเดินคู่ก็ต้องเดินคี่เสียอย่างนั้น


หนำซ้ำภาพความโรแมนติกแบบการจับมือเดินเล่นในพื้นที่สาธารณะหรือชมวิวเมืองก็ยิ่งยากกันไปใหญ่ อย่างที่ Urban Creature ได้เคยคุยกับ ‘รศ. ดร.พนิต ภู่จินดา’ หัวหน้าภาควิชาการวางแผนภาคและเมือง คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เรื่องพื้นที่สาธารณะที่มีผลต่อความโรแมนติกของกรุงเทพฯ​


เพราะอาจารย์พนิตถึงกับให้คะแนนความโรแมนติกของเมืองนี้เอาไว้ที่ 0 เต็ม 10 เนื่องจากสังคมไทยมีลักษณะการออกแบบแบบ Gated Community หรือสังคมล้อมรั้ว มีหมู่บ้านจัดสรรหรือคอนโดมิเนียมที่ดึงเอาสวนสาธารณะ ลานออกกำลังกาย หรือพื้นที่ที่คนจะมารวมตัวกันเข้าไปอยู่ในพื้นที่ของตัวเอง ทำให้เกิดเป็นชุมชนปิด มีแต่คนประเภทเดียวกันที่มีราคาบ้านเป็นตัวกำหนด กลายเป็นคำถามง่ายๆ ว่า เราจะมีโอกาสไปเจอคนใหม่ๆ หรือคนที่ถูกใจได้ที่ไหน


💔นโยบายปรับเมืองร้างรักให้พร้อมเริงร่า


ที่จริงแล้วไม่ได้มีแค่คนกรุงเทพฯ ที่แอบโกรธเมืองที่ทำให้เรายังโสด เพราะไม่เพียงกรุงเทพฯ เท่านั้นที่มีจำนวนคนโสดมากมายขนาดนี้ แต่คนกรุงโซล ประเทศเกาหลีใต้ ก็ต้องแอบโกรธไม่ต่างกัน จากข้อมูลของ The Chosun Daily พบว่า ปี 2023 คนโสดวัย 30 ปีในโซลมีจำนวนมากถึง 62.8 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งมากเป็นอันดับหนึ่งเมื่อเทียบกับจังหวัดอื่นๆ ในประเทศอย่างปูซาน แทกู หรืออินชอน


ดังนั้นเมื่อมาคิดกันให้ละเอียดแล้ว นอกจากปัญหาเรื่องผังเมือง พื้นที่สาธารณะ และความโรแมนติกของตัวเมือง ด้วยธรรมชาติของเมืองหลวงหรือเขตกรุงที่เป็นพื้นที่ทำงาน คนใช้เวลากับการหาเงินเป็นหลัก ควบคู่กับปัจจัยอื่นๆ เช่น คนในเขตกรุงอาจจะมีค่านิยมที่แตกต่างจากคนในจังหวัดอื่นๆ ทำให้การมีคู่เป็นเรื่องยากขึ้นไปทุกที


หากจะวางนโยบายเพื่อแก้ไขปัญหานี้ อาจต้องมองแยกออกมาเป็นสองประเด็นคือ ถ้าเราต้องการส่งเสริมให้คนมีแฟนมากขึ้น โดยเฉพาะในเขตเมือง เพื่อเพิ่มโอกาสทางเศรษฐกิจและการเจริญเติบโตของเมือง แนวทางแรกคือ ส่งเสริมให้คนมีคู่เพื่อเพิ่มอัตราเด็กเกิดใหม่ และลดสังคมสูงอายุหรือสังคมคนโสด ดังเช่นประเทศอื่นๆ ที่มีความพยายามอย่างต่อเนื่อง เช่น สิงคโปร์ ในปี 2018 ที่จัดทำโครงการลดคนโสดโดยสนับสนุนเงินอย่างน้อย 2,500 บาท ให้ประชาชนไปออกเดตเสมือนรายการหาคู่ เพื่อเพิ่มโอกาสพบคนรู้ใจมากขึ้น


หรือญี่ปุ่น ในปี 2024 ที่จัดทำแอปพลิเคชันหาคู่สำหรับคนโสดอายุมากกว่า 18 ปีที่อาศัย ทำงาน หรือเรียนอยู่ในกรุงโตเกียว โดยใช้ระบบ AI ช่วยวิเคราะห์หาคนที่มีความชอบใกล้เคียงกัน พร้อมกับระบบการยืนยันตัวตนเพื่อเพิ่มความปลอดภัยให้แก่ผู้ใช้งาน


แต่หากเป้าหมายหลักของเมืองไม่ใช่ความพยายามในการเพิ่มประชากรหรือเพิ่มอัตราเด็กเกิดใหม่ อีกแนวทางที่จำเป็นต้องจัดการคือ ปรับเมืองให้เหมาะกับคนโสดมากขึ้น


เนื่องจากในระยะยาวถ้าประชากรเมืองมีแนวโน้มเป็นโสดมากยิ่งขึ้น และอาจแก่ตัวลงด้วยตัวคนเดียว เมืองและโครงสร้างพื้นฐานก็ต้องปรับให้เหล่าคนโสดใช้ชีวิตได้ง่ายขึ้น ขนส่งสาธารณะต้องเพิ่มพื้นที่ให้ผู้สูงอายุเดินทางคนเดียวได้สะดวก อย่างน้อยที่สุดก็ควรมีลิฟต์ทุกสถานีและทุกแพลตฟอร์ม หรือเพิ่มจำนวนที่นั่งสำหรับผู้สูงอายุในคันรถ


นอกจากนี้ นโยบายอื่นๆ ของรัฐบาลเองก็ต้องสอดรับกับแนวทางการจัดการเรื่องคนโสดที่มากขึ้นด้วย เช่น รัฐบาลเกาหลีใต้ทำที่พักอาศัยแบบ Co-living หรือบ้านพักที่ใช้พื้นที่ส่วนกลางร่วมกัน และมีค่าเช่าถูกกว่าราคาตลาดถึง 50 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งทำเป็นสัญญาเช่าระยะยาวสำหรับคนโสดในช่วงอายุต่างๆ เพื่อแก้ปัญหาโอกาสในการเข้าถึงบ้านของคนโสดที่อาจเป็นไปได้ยากเมื่อต้องจ่ายค่าเช่าคนเดียว


Sources : 

The Chosun Daily | bit.ly/3QMAVZi

Policy Watch | bit.ly/3Xxn3Ga

The Straits Times | bit.ly/3QN6Ysc

กรุงเทพธุรกิจ | bit.ly/41RVsBS

อ่านบทความที่ : urbancreature.co/bkk-single

#UrbanCreature #CityByNumbers #คนโสด #กรุงเทพมหานคร

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น