ไม่รู้สี่รู้แปด
คอลัมน์ วิสามัญบันเทิง โดยสันต์ สะตอแมน ไทยโพสต์ออนไลน์ วันที่ 21 มีนาคม 2568 เขียนเรื่อง ‘ไม่รู้สี่รู้แปด’ เอาไว้น่าสนใจ โดยกล่าวถึงคำนี้ว่า เป็นการอธิบายถึงความไม่รู้กาลเทศะ (spatio-temporal unknown) อันเป็นหัวใจของการดำรงชีวิตอยู่ภายใต้สภาพแวดล้อมของท้องถิ่นท้องที่ในแต่ละฤดูกาล ที่เรียกรวมๆ กันว่า ‘ภูมิศาสตร์‘ นั่นแหละ
คอลัมน์ดังกล่าว เริ่มต้นด้วยด้วยเรื่องไม่เป็นเรื่อง ทำเรื่องไม่ควรทำ เรื่องควรทำกลับไม่ทำของคนบริหารงานภาครัฐ สันต์ สะตอแมน เขาบริภาษว่าอย่างไร ลองอ่านดู
ค่าเครื่องบิน ค่าที่พัก ค่าอาหาร ใครจ่ายครับ?
ผมถามคณะที่เดินทางไปเยี่ยม “ชาวอุยกูร์” ที่ทางการไทยได้ส่งตัวกลับไปยังเขตปกครองตนเองซินเจียง ประเทศจีนน่ะ
ก็คิดว่า..ส่งตัวแล้วก็จบกัน อีกอย่างในเมื่อรัฐบาลมั่นใจว่าการส่งกลับตัวชาวอุยกูร์ ทุกกระบวนการรัฐบาลได้มีการวางแนวทางในการดำเนินการ และเป็นไปตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการทำร้ายและการกระทำที่ทำให้บุคคลสูญหาย พ.ศ.2565 แล้ว .. ทางการไทย รัฐมนตรีจะต้องเหนื่อยยาก ลำบาก เดินทางไปติดตามตรวจสอบสภาพความเป็นอยู่อะไรกันอีก!
และถ้าชาวอุยกูร์ที่ถูกส่งตัวกลับไปมีความเป็นอยู่ที่ไม่ดี ไม่ได้รับอิสรภาพ ถูกกดขี่ข่มเหง
ถามหน่อยสิ .. คุณภูมิธรรม พ.ต.อ.ทวี จะมีปัญญาแก้ไขอะไรได้?
เสียค่าเครื่องบิน ค่าที่พัก ค่าอาหารจากเงินภาษีชาวบ้านไป ก็ไม่ได้ทำให้สหรัฐเปลี่ยนใจยกเลิกข้อจำกัดเกี่ยวกับวีซ่ากับเจ้าหน้าที่รัฐบาลไทย .. ที่ดำรงตำแหน่งอยู่ทั้งปัจจุบันและในอดีตนั่นหรอก!
ฉะนั้น .. แน่งๆ-เงียบๆ ปล่อยเลยตามเลยไปเสียจะไม่ดีกว่าหรือ ยิ่งดิ้นไปก็ยิ่งเปลืองเงิน-เปลืองตัว อีกอย่างปัญหาของคนในชาติก็มีอยู่มากมายก่ายกอง .. สู้เอาเวลาหันมาดูแล เยี่ยมเยียน ใส่ใจเรื่องปากท้องชาวบ้านที่กำลังพะงาบๆ จะตายแหล่มิตายแหล่อยู่ในขณะนี้ดีกว่ามั้ง?
มาเข้าเรื่อง ๔ เรื่อง ๘ อย่างที่โปรยเอาไว้ข้างต้น คราวนี้นี้ สันต์ สะตอแมน ที่เห็นชื่อสกุลที่ใช้เขียนคอลัมน์ ก็แน่นอนละ ย่อมเป็นคนใต้คุ้นเคยกับเลข ๔ เลข ๘ มาตั้งแต่เกิดแน่ๆ
คอลัมน์วันนี้ พี่สันต์เขียนเอาไว้ว่า
ครับ .. วันก่อนได้ยินคุณวิโรจน์ สส.พรรคประชาชน พูดประโยค “ไม่รู้สี่รู้แปด” ใส่หน้านายกแพฯ แล้วก็ให้แปลกใจ
ไม่รู้บรรดาลิ่วล้อไปเปิดพจนานุกรมฉบับไหนเข้าถึงได้เห่าหอน-โวยวายกันใหญ่ หาว่าคุณวิโรจน์ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ไม่สุภาพ ไม่สมกับเป็นนักการเมืองรุ่นใหม่
ซึ่งเท่าที่ตัวเองได้ฟังคำ ‘ไม่รู้สี่รู้แปด‘ นี้มา ก็ไม่เห็นว่าจะหยาบคายตรงไหน และเมื่อได้อ่านที่คุณเทพไท เสนพงศ์ โพสต์ก็ให้รู้สึกตรงใจ จึงใคร่ขออนุญาตลอกมาให้อ่านกัน..
“ผมเห็นว่าการใช้คำว่า ‘ไม่รู้สี่รู้แปด‘ เป็นคำที่ใช้โดยทั่วไป ซึ่งตนเองก็เคยใช้มาเช่นกัน เพราะเป็นคนภาคใต้
การพูดถึง ‘ไม่รู้สี่รู้แปด‘ หมายถึง ลักษณะภูมิศาสตร์ของภาคใต้ ที่เรียกกันว่า มีฝนแปดแดดสี่ ความหมายก็คือ มีฤดูฝน ๘ เดือน ฤดูร้อน ๔ เดือน
การเปรียบเทียบไม่รู้สี่ไม่รู้แปด หมายถึงการไม่รู้ฤดูกาล ไม่รู้จักกาลเวลา ไม่รู้ดินฟ้าอากาศ หรือภาษาปักษ์ใต้เรียกว่าไม่รู้จักหวัน
เมื่อไปดูความหมายใน Chat GPT พบว่า คำว่า ‘ไม่รู้สี่รู้แปด‘ เป็นสำนวนไทย หมายถึง ไม่รู้อะไรเลย ไม่มีความรู้เกี่ยวกับเรื่องนั้นๆ คล้ายกับคำว่า ’ไม่รู้อีโหน่อีเหน่‘ หรือ ’ไม่รู้เรื่องรู้ราว‘ แต่สำหรับภาษาชาวบ้าน อาจจะคิดว่า ‘ไม่รู้สี่รู้แปด‘ เป็นคำศัพท์สแลงก็ได้ แล้วแต่ใครจะคิดอย่างไร
ถ้าเป็นคนคิดลึก หรือจินตนาการไปไกลว่า เป็นคำหยาบคาย ก็เป็นเรื่องของแต่ละบุคคล แต่ที่แปลกใจมากก็คือ คำนี้เคยใช้กันอย่างแพร่หลาย คนระดับรัฐมนตรีหรือนักการเมืองหลายคนก็เคยใช้คำนี้มาแล้ว ไม่เห็นจะมีปัญหาอะไร
ซึ่งขึ้นอยู่กับบริบทของการใช้ของแต่ละบุคคล แต่ครั้งนี้เป็นการใช้กับนายกแพฯ จึงทำให้ลิ่วล้อบริวาร เดือดร้อนแทน ดิ้นกันพรวดพราด ทนกับคำพูดในลักษณะเช่นนี้ไม่ได้ จึงออกมาตอบโต้กันอย่างรุนแรง จะเห็นได้ว่าครั้งนี้เป็นเพียงแค่การใช้คำพูดในลักษณะเช่นนี้นอกสภา ยังมีคนเรียงหน้าออกมาตอบโต้แทนจำนวนมาก
ถ้าหากเป็นการอภิปรายไม่ไว้วางใจในสภาผู้แทนราษฎร ลองคิดดูว่าพวกองครักษ์ และ สส.พรรคเพื่อไทย จะเรียงหน้าออกมาประท้วงมากขนาดไหน” ..
เนี่ย .. ไหนๆ ก็ไหนๆ เห็นแฟชั่นการแต่งตัวของนายกฯ กับคณะรัฐมนตรี ที่เรียงหน้ากระดานถ่ายภาพวันก่อนแล้ว ก็ให้คิดดังๆ
มันช่าง ‘ไม่รู้สี่รู้แปด’ กันเลยจริงๆ!
อ่านมาถึงตรงนี้แล้ว ถือซ่ะว่าอ่านเอา spatio-temporal knowledge = geography นะครับ เรื่องการเมืองปล่อยให้คน ‘ไม่รู้สี่รู้แปด‘ เขาว่ากันไป

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น