หน้าเว็บ

วันอังคารที่ 20 มกราคม พ.ศ. 2569

Aesthetic Cartography I

สัปดาห์นี้ ความกดอากาศสูงจากประเทศจีน แผ่ลงมาปกคลุมประเทศไทยอีกครั้ง สังเกตุแนวเส้นสีแดงที่ทอดลงมาจากตะวันตกเฉียงเหนือเส้นหนึ่ง และอีกเส้นลงมาทางตะวันออกเฉียงเหนือ โดยมีศูนย์กลางความกดอากาศต่ำที่มวลอากาศเย็นจะเคลื่อนที่เข้ามาหาอยู่ตรงที่เกิดอุบัติเหตุร้ายแรง เครนก่อสร้างรถไฟความเร็วสูงถล่มทับขบวนรถดีเซลราง เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว

สมัยก่อนตอนที่เรียนหนังสืออยู่ เส้นสีแดงสีน้ำเงินต้องเขียนเองด้วยปากกา rotting เขียนตามปัญญาและจินตนาการในหัว เริ่มต้นจากข้อมูลที่ได้มาจากการสำรวจเป็นจุดๆ นำมาพล๊อตลงบน base map จากภาพที่เห็นเมื่อย้อนกลับไปเป็นข้อมูลที่ว่า ก็จะเป็นค่าความกดอากาศ ณ จุดต่างๆ ที่เป็นสถานีตรวจอากาศ

ทีนี้เนื่องจาก ข้อมูลเหล่านี้จะต้องนำไป communicate ให้ภาคส่วนต่างๆ ได้ใช้ประโยชน์ รวมถึงประชาชนต้องรับรู้สถานการณ์ สภาพการณ์ และอนาคตการณ์ ข้อมูลที่เป็นจุดๆ แสดงเพียงแค่ distribution & density มันไม่พอ เพราะบริเวณพื้นที่รอบๆ จุดแสดงข้อมูลไม่ได้มีค่าใดๆ ปรากฎ

หลักการ continuing similarity คือ ”สิ่งอยู่ใกล้กันน่าจะมีลักษณะคล้ายคลึงกันต่อเนื่องกัน“ จึงถูกนำมาใช้สร้าง surface ด้วยเส้น contour แสดงค่าสมมุติที่เท่ากันกระจายไปตามแนวเส้นแต่ละเส้น โดยแต่ละเส้นมีค่าของข้อมูลแตกต่างกันเป็นลำดับชั้น เช่น 10 20 30 40 … ส่วนระยะห่างระหว่างกันของแต่ละเส้น เท่ากันก็ได้ ไม่เท่ากันก็ได้ ระยะระหว่างของเส้นที่ห่างกันมากๆ แสดงว่าบริเวณพื้นที่นั้นมีค่าของข้อมูลแตกต่างกันน้อย ตรงกันข้าม ระยะระหว่างของเส้นที่ห่างน้อยๆ แสดงว่าบริเวณพื้นที่นั้นมีค่าของข้อมูลแตกต่างกันมาก

วิธีเขียนสมัยนั้น เริ่มต้นหลังจากที่ได้ข้อมูลจากสนามมาแล้ว จะนำค่าเหล่านั้นมาลงในกระดาษ เขียนตัวเลข (spot values) ลงบนตำแหน่งต่างๆ ในแผนที่ เช่น จุด A มีค่า 10 หน่วย และจุด B มีค่า 20 หน่วย ทำเช่นนี้ทั่วทั้งพื้นที่ที่ต้องการแสดง จากนั้นก็ประมาณค่าด้วยสายตา (interpolation) ซึ่งเป็นหัวใจของการเขียนมือ โดยต้องบอกให้ได้ก่อนว่าระยะห่างระหว่าง 10-20 หน่วยนั้น แบ่งออกเป็นเท่าไร ตัวอย่างเช่น ต้องการระยะแสดงค่าห่างกัน 2 หน่วย ก็จะต้องแบ่งระยะระหว่างจุด A และ B ออกเป็น 5 ระยะๆ ละ 2 หน่วย เท่าๆ กัน

ทำแบบนี้ทั่วทั้งพื้นที่ที่ต้องการแสดง เสร็จแล้วลากเส้นที่มีค่าเดียวกันเชื่อมต่อกัน ด้วยปากกาเขียนแบบชนิดที่ต้องเติมหมึก บริเวณที่ต้องการทำเส้นโค้งใช้ไม้บรรทัดกระดูกงูหรือไม้บรรทัดโค้ง

ส่วนวิธีการเขียนในปัจจุบันสมัยปัจจุบันนี้ ทำได้สะดวกกว่าโปรแกรมภูมิสารสนเทศ ด้วยเป็นกระบวนการแปลงข้อมูลแบบเดียวกับความสูงเชิงเลข (DEM - digital elevation model) ให้กลายเป็นเส้นที่เชื่อมต่อจุดที่มีค่าเท่ากัน ด้วยคำสั่งในโปรแกรม Raster > Extraction > Contour... สำหรับ QGIS หรือ  Spatial Analyst Tools > Surface > Contour สำหรับ ArcGIS Pro และเพื่อความสวยงามจะต้องทำ smooth เส้น สร้างเส้นหลัก index contour และแสดงค่า contour labeling

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น