หน้าเว็บ

วันอังคารที่ 3 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569

น้ำชลประทานเพื่อการเกษตร 2

น้ำใต้ดินเพื่อการเพาะปลูกสวรรคโลก-ศรีนคร

พัฒนา ราชวงศ์ อาศรมภูมิวิทยาศาสตร์

สาขาวิชาภูมิศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร


โครงการพัฒนาน้ำใต้ดินเพื่อการชลประทานจังหวัดสุโขทัย แบ่งพื้นที่โครงการออกเป็นโซนที่ 1 และโซนที่ 2 เพื่อดำเนินการขุดเจาะและติดตั้งระบบสูบน้ำใต้ดินขึ้นมาราวปีละ 40 ล้านลูกบาศก์เมตร เพื่อใช้ในการเกษตรบริเวณที่ราบลุ่มแม่น้ำยมต่อเนื่องกับที่ราบลุ่มแม่น้ำน่านในเขตอำเภอสวรรคโลกและอำเภอศรีนคร ครอบคลุมพื้นที่ 81,000 ไร่ โดยโซนที่ 1 ดำเนินการระยะแรกปี 2519-21 จำนวน 30 บ่อ และระยะที่สองปี 2528-2530 อีกจำนวน 74 บ่อ เมื่อปี 2540 มีประชากรอาศัยอยู่ในพื้นที่ 18,178 ครัวเรือน ในจำนวนนี้ร้อยละ 75 มีอาชีพเป็นเกษตรกร ถือครองที่ดินเฉลี่ยครัวเรือนละ 25 ไร่ ส่วนที่โซนที่ 2 ดำเนินการระยะระหว่างปี 2522-2525 จำนวน 100 บ่อ มีประชากรอาศัยอยู่ในพื้นที่ 7,855 ครัวเรือน ร้อยละ 80 เป็นเกษตรกร ถือครองที่ดินเฉลี่ยครัวเรือนละ 22 ไร่

ภาพที่ 1 พื้นที่โครงการพัฒนาน้ำใต้ดินเพื่อการชลประทานจังหวัดสุโขทัย

ที่มา ปัญญา คอนซัลแตนท์ (2540) งานศึกษาความเหมาะสมเบื้องต้น โครงการศึกษาวิธีการเพิ่มศักยภาพน้ำใต้ดินจังหวัดสุโขทัย หน้า 2

การพัฒนาระบบเพาะปลูกพืชที่จะช่วยสร้างรายได้ให้เกษตรกรได้มากขึ้น ทำให้มีการคาดการความต้องการใช้น้ำที่มากขึ้นตามไปด้วย โดยปริมาณน้ำที่ต้องการในอนาคตคาดเอาไว้ที่ปีละ 60 ล้านลูกบาศก์เมตร ทำให้กรมชลประทานต้องหาวิธีการจัดการน้ำให้มีประสิทธิภาพทั้งในส่วนของอุปสงค์และอุปทาน โดยมีการจัดการรักษาสมดุลของทั้งสองส่วนด้วยการจัดกลุ่มเกษตรกรผู้ใช้น้ำใต้ดิน ให้มีส่วนร่วมในการบริหารจัดการ ดังแสดงในภาพที่ 2 และตารางที่ 1 ต่อไปนี้ ซึ่งได้แสดงวันเวลาและสถานที่ที่นัดหมายสัมภาษณ์กับประธานกลุ่มผู้ใช้น้ำใต้ดินแต่ละกลุ่มเอาไว้ด้วย

ภาพที่ 2 พื้นที่โครงการครอบคลุมเขตอำเภอสวรรคโลก และอำเภอศรีนคร จังหวัดสุโขทัย

ที่มา เอกสารบรรยาย โครงการส่งและบำรุงรักษาน้ำใต้ดินสุโขทัย

ภาพที่ 3 บรรยากาศการการเข้าพบและสัมภาษณ์ประธานกลุ่มผู้ใช้น้ำใต้ดิน

ตารางที่ 1 รายละเอียดกลุ่มกลุ่มบริหารการใช้น้ำใต้ดินในพื้นที่โซน 1 และโซน 2

 

กลุ่มที่

ชื่อกลุ่ม

ประธานกลุ่ม

ที่อยู่

1

กลุ่มบริหารการใช้น้ำพัฒนา

คลองมะพลับ

นายโลม มีสวัสดิ์

112/2 หมู่ 4 ต.คลองมะพลับ อ.ศรีนคร จ.สุโขทัย

วันเวลาและสถานที่นัดหมาย - วันที่ 24 กันยายน 2566 เวลา 11.00-13.30 น. ณ อบต.คลองมะพลับ

ประเด็นสำคัญของการสัมภาษณ์ – มีบ่อสูบน้ำ จำนวน 50 บ่อ พื้นที่ค่อนข้างเป็นที่ดอน อยู่ในโซนที่ 2 มีระบบจัดรูปที่ดินให้กับเกษตรกรเข้าทำประโยชน์ครอบครัวละ 30 ไร่ ปัจจุบันมีการเปลี่ยนมือผู้ถือครองทำให้เกิดแปลงย่อยและแปลงใหญ่คละกันไป พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นที่นา ไม้ผล และอ้อย ทั้งนี้ในแปลงนามีพืชเศรษฐกิจใหม่ที่เข้ามาสร้างรายได้ให้กับเกษตรกร คือ ผักบุ้งเมล็ดพันธุ์ ทั้งนี้เกษตรกรทราบดีถึงภาวการณ์ขาดแคลนน้ำ และมีความจำเป็นต้องเติมน้ำลงไปใต้ดิน

2

กลุ่มบริหารการใช้น้ำสวรรคโลก

ร่วมใจพัฒนา

นายนเรศ แก้วมณี

4/6 หมู่ 6 ต.ในเมือง อ.สวรรคโลก จ.สุโขทัย

วันเวลาและสถานที่นัดหมาย - วันที่ 15 กันยายน 2566 เวลา 10.00-12.30 น. ณ เทศบาลตำบลในเมือง

ประเด็นสำคัญของการสัมภาษณ์ - มีบ่อสูบน้ำ จำนวน 50 บ่อ ประธานกลุ่มเป็นผู้นำ หมู่บ้านอ้อยสดซึ่งปลูกอ้อยด้วยการลดเคมี โดยยืนยันว่าในพื้นที่หมู่บ้านของตน ร้อยละ 99 ปลูกอ้อยโดยไม่เผาทั้งก่อนตัดและหลังตัด ทำให้ผลผลิตไร่ละเกือบ 30 ตัน เขาเป็นต้นแบบของประเทศ พื้นที่รับผิดชอบของเขาในฐานะผู้นำชุมชนฐานะประธานกลุ่มผู้ใช้น้ำใต้ดิน ฐานะกรรมการลุ่มน้ำยม และฐานะกรรมการอ้อยภาคเหนือตอนบน ที่มีการเผาอ้อยเหลืออยู่เพียงร้อยละ 4 เท่านั้น ขณะที่ภาคอีสานและภาคเหนือตอนล่าง ยังมีการเปาอ้อยกันอยู่มากถึงร้อยละ 32

3

กลุ่มบริหารการใช้น้ำโซน 2 พัฒนา

นายอินเจน การชะนะ

36/1 หมู่ 1 ต.คลองมะพลับ อ.สวรรคโลก จ.สุโขทัย

วันเวลาและสถานที่นัดหมาย - วันที่ 18 กันยายน 2566 เวลา 09.00-12.30 น. ณ อบต.คลองมะพลับ

ประเด็นสำคัญของการสัมภาษณ์ - มีบ่อสูบน้ำ จำนวน 50 บ่อ พื้นที่ค่อนข้างเป็นที่ดอน อยู่ในโซนที่ 2 มีระบบจัดรูปที่ดินให้กับเกษตรกรเข้าทำประโยชน์ครอบครัวละ 30 ไร่ เช่นเดียวกับกลุ่มที่ 1 และปัจจุบันมีการเปลี่ยนมือผู้ถือครองเกิดเป็นแปลงย่อยและแปลงใหญ่คละคล้ายกัน พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นที่นา ไม้ผล และอ้อย โดยเกษตรกรทราบดีถึงภาวการณ์ขาดแคลนน้ำ และมีความจำเป็นต้องเติมน้ำลงไปใต้ดิน

4

กลุ่มบริหารการใช้น้ำหนองปลาหมอย่านยาว-คลองกระจง

นายเดช มะโหฬาร

83/2 หมู่ 2 ต.ย่านยาว อ.สวรรคโลก จ.สุโขทัย

วันเวลาและสถานที่นัดหมาย - วันที่ 24 กันยายน 2566 เวลา 13.30-15.30 น. ณ โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษา

ประเด็นสำคัญของการสัมภาษณ์ – มีบ่อสูบน้ำ จำนวน 13 บ่อ โดยพื้นที่นี้มีน้ำจากน้ำใต้ดินส่วนหนึ่ง และมีอ่างเก็บน้ำอีกส่วนหนึ่ง ที่อำนวยต่อการเพาะปลูกของเกษตรกร ดังนั้นจึงถือว่าการสร้างมูลค่าเพิ่มจากการเพาะปลูกในพื้นที่ที่มีน้ำพร้อม เพราะเป็นแหล่งน้ำใต้ดินแห่งเดียวในประเทศที่กรมชลประทานจัดทำระบบสูบน้ำขึ้นมาสนับสนุนการผลิตของประชาชนในพื้นที่ 6 หมื่น 8 พันไร่ ซึ่งเกษตรกรก็สามารถเพิ่มศักภาพการผลิตได้อย่างน่าทึ่ง ด้วยการปลูกข้าว 3 ครั้งต่อปี และประธานกลุ่มน้ำใต้ดินที่มีส่วนสำคัญในการผลิตใบตองกล้วยตานีแห่งเดียวในประเทศไทย และแหล่งผลิตละมุดรสหวานรสดีบนรอยพื้นที่รอยต่อระหว่างอำเภอศรีสำโรง-สวรรคโลก

5

กลุ่มบริหารการใช้น้ำสองตำบลสามัคคีพัฒนา

นายนิวัฒน์ บัวเขียว

41 หมู่ 4 ต.นาทุ่ง อ.สวรรคโลก จ.สุโขทัย

วันเวลาและสถานที่นัดหมาย - วันที่ 24 กันยายน 2566 เวลา 13.30-15.30 น. ณ โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษา

ประเด็นสำคัญของการสัมภาษณ์ – มีบ่อสูบน้ำ จำนวน 29 บ่อ ประธานกลุ่มฯ เป็นเจ้าของนาที่ลุ่มที่ผลิตข้าวได้ถึง 3 รอบกว่าๆ ต่อปี ที่สำคัญอย่างยิ่งในพื้นที่นี้ยังมีการนำพืชเศรษฐกิจชนิดใหม่เข้ามา คือ ผักบุ้งเมล็ดพันธุ์ ที่สร้างรายได้ให้กับเกษตรกรได้มากกว่าพืชชนิดเดิม เพียงแต่ว่าจะต้องใช้เวลาทำงานมากขึ้น เพราะต้องดูแลเป็นอย่างดี

6

กลุ่มบริหารการใช้น้ำป่ากุมเกาะ-วังพิณพาทย์ร่วมใจ

นายนิยม ประหยัด

91 หมู่ 2 ต.ป่ากุมเกาะ อ.สวรรคโลก จ.สุโขทัย

วันเวลาและสถานที่นัดหมาย - วันที่ 18 กันยายน 2566 เวลา 09.00-11.00 น. ณ สหกรณ์ผู้ใช้น้ำใต้ดินอำเภอสวรรคโลก

ประเด็นสำคัญของการสัมภาษณ์ – มีบ่อสูบน้ำ จำนวน 24 บ่อ ประธานกลุ่มฯ อธิบายระบบการจัดสรรน้ำที่เป็นผลจากการประชุมตกลงกันก่อนฤดูกาลเพาะปลูก ซึ่งจะสามารถดำเนินการได้เมื่อเกษตรกรทุกรายชำระค่าไฟฟ้าที่ใช้สูบน้ำครบถ้วนแล้วเท่านั้น ซึ่งการจัดสรรน้ำโดยทั่วไปจะแบ่งส่วนเป็นรอบๆ ตามจำนวนสมาชิกของบ่อสูบน้ำนั้นๆ ประเกอบด้วยน้ำเพื่อการเตรียมแปลงเพาะปลูก จัดสรรให้เป็นเวลา 2 วัน โดยประมาณสำหรับที่นา 10 ไร่ น้ำเพื่อเลี้ยงพืชผล และจัดสรรให้เป็นเวลา 1 วัน น้ำในส่วนหลังนี้ จะจัดสรรเวียนกลับมาอีกครั้งเมื่อสมาชิกทุกคนได้รับการจัดสรรน้ำครบรอบแล้ว

 

ระบบเพาะปลูกพืชของเกษตรกรผู้ใช้นำใต้ดิน

โครงการส่งและบำรุงรักษาน้ำใต้ดินสุโขทัย ได้สำรวจและจัดทำปฏิทินการเพาะปลูกพืชผลการเกษตรในพื้นที่เอาไว้ ด้วยการแบ่งพื้นที่ออกเป็นสองส่วน คือ พื้นที่ลุ่มกับพื้นที่ดอน โดยพื้นที่ลุ่มมีพืชหลักเป็นข้าวพันธุ์ผสม กข และข้าวพันธุ์พื้นเมือง พร้อมๆ กับมีถั่วเหลือง ข้าวโพดฝักอ่อน และผักบุ้งเมล็ดพันธุ์ เป็นพืชแซมระหว่างฤดูการผลิต ส่วนพื้นที่ดอนมีระบบการเพาะปลูกสองระบบ ระบบแรกเป็นการปลูกอายุยาวตลอดปี มีพืชหลักคืออ้อยโรงงาน อีกระบบหนึ่งเป็นการปลูกพืชหลายชนิดตามปฏิทินน้ำฝนที่เหมาะสม โดยมีถั่วเหลืองและพริกเป็นพืชที่สำคัญ ซึ่งจะเห็นได้ว่า โครงการน้ำใต้ดินเพื่อการชลประทานจังหวัดสุโขทัยนี้ เอื้อประโยชน์ให้กับระบบเพาะปลูกของพื้นที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ เกษตรกรสามารถเพาะปลูกพืชผลทั้งที่เป็นพืชผลที่ผลิตกันอยู่แต่เดิม และพืชผลชนิดใหม่ที่มีการนำมาส่งเสริมเพื่อเพิ่มรายได้ ตามที่มีการประมาณการณ์เอาไว้ มากถึงปีละ 148.04 ล้านบาท แบ่งเป็นรายได้จากโซนที่ 1 ประมาณ 82.71 ล้านบาท และจากโซนที่ 2 ประมาณ 65.33 ล้านบาท

 


ภาพที่ 4 ปฏิทินการเพาะปลูกพืชตลอดฤดูกาลของพื้นที่ใช้น้ำใต้ดินสวรรคโลก-ศรีนคร

ที่มา เอกสารบรรยาย โครงการส่งและบำรุงรักษาน้ำใต้ดินสุโขทัย

 

ระบบเพาะปลูกที่มีศักยภาพจากการใช้น้ำใต้ดิน

น้ำใต้ดินที่ได้รับการพัฒนาขึ้นมาใช้ประโยชน์เพื่อการเพาะปลูก สร้างรายได้ให้กับเกษตรกรต่อเนื่องนับตั้งแต่เปิดโครงการเมื่อทศวรรษ 2520 เป็นต้นมา เกษตรกรได้รับการส่งเสริมให้เปลี่ยนแปลงระบบการเพาะปลูกในแต่ละช่วงแตกต่างกันออกไป กระทั่งปัจจุบันมีระบบเพาะปลูกที่มีศักยภาพอยู่ 2 ระบบ คือ ระบบปลูกพืชผลพันธุ์ดั้งเดิมของพื้นที่ที่ต่อยอดได้ด้วยดีจากการมีน้ำใต้ดินขึ้นมาหล่อเลี้ยง ได้แก่ ใบตองกล้วยตานี และละมุดคลองกระจง และระบบปลูกพืชผลพันธุ์ใหม่ที่มีศักยภาพ ได้แก่ ข้าวเมล็ดพันธุ์  อ้อยโรงงาน มะม่วง และผักบุ้งเมล็ดพันธุ์

ภาพที่ 5 ระบบพืชที่มีศักยภาพในพื้นที่ใช้น้ำใต้ดินเพื่อการเกษตร

 

ระบบปลูกพืชผลพันธุ์ดั้งเดิมที่ต่อยอดได้ มีพืชดั้งเดิมที่สำคัญหลายชนิด แต่ว่าที่โดดเด่นและสร้างทั้งความภาคภูมิใจและรายได้จำนวนมากให้กับพื้นที่ มี 2 ชนิด คือ ใบตองกล้วยตานี ที่ตำบลคลองกระจงเป็นแหล่งปลูกกล้วยตานีที่ใหญ่ที่สุดของประเทศไทย ประมาณ 8,000 ไร่ นาน 40-50 ปี กล้วยตานีที่ใช้ตัดใบได้จะมี 3 ชนิด คือ กล้วยตานีป่า กล้วยตานีหิน และกล้วยตานีหม้อ แต่ชนิดที่นิยมปลูกกันมากจะเป็นกล้วยตานีหม้อ เพราะทนต่อสภาพแวดล้อมต่างๆ จุดเด่น คือ ใบมีขนาดใหญ่ มันเงา ใบเหนียว ไม่แตกง่าย มีกลิ่นหอมถ้าถูกความร้อนไม่ทำให้รสชาติอาหารเปลี่ยน ผลผลิตใบตองที่ตำบลคลองกระจงจะมีการตัดใบตองส่งขายทุกวัน วันละ 2030 ตัน โดยผลผลิตส่วนใหญ่จะขายตลาดในประเทศ ใบตองที่นี่จะคัด 3 เกรด โดยราคารับซื้อใบตองจะอยู่ที่ 34 บาทต่อกิโลกรัม ส่วนตลาดต่างประเทศราคาจะสูงกว่าถึง 2 เท่า ขณะที่ละมุดที่ปลูกในจังหวัดสุโขทัย เป็นพืชที่ทนทานต่อสภาพน้ำท่วมขัง นับว่าเป็นละมุดพันธุ์ดั้งเดิมพันธ์โบราณ ปลูกกันมานานกว่า 100 ปีแล้ว  ซึ่งละมุดพันธุ์ดั้งเดิมลูกเล็กมีรสชาติหวานกรอบอร่อย มีคุณภาพดี แหล่งที่ปลูกละมุดมากที่สุด คือ ตำบลท่าทอง และตำบลคลองกระจง อำเภอสวรรคโลก แต่ละปีพื้นที่นี้มีผลผลิตละมุดออกสู่ตลาดราวๆ ตัน ราคาขายประมาณ 6-12 บาท

ระบบปลูกพืชผลพันธุ์ใหม่ที่มีศักยภาพ จากการทบทวนงานวิจัยที่เกี่ยวข้องและการสัมภาษณ์ประธานกลุ่มผู้ใช้น้ำใต้ดินเพื่อการเพาะปลูก มี 4 ชนิดด้วยกัน คือ ข้าวเมล็ดพันธุ์ อ้อยโรงงาน มะม่วง และผักบุ้งเมล็ดพันธุ์ข้าว โดยปัจจุบันนี้ พื้นที่โครงการน้ำใต้นดินได้รับการส่งเสริมให้เป็นแหล่งผลิตพันธุ์พืชเกษตร พื้นที่โซนที่ 1 ที่เป็นพื้นที่ลุ่ม สามารถทำนาได้ดี จึงเหมาะสำหรับการทำนาข้าวเพื่อเอาเมล็ดพันธุ์จำหน่าย และปลูกผักบุ้งเมล็ดพันธุ์ข้าวส่งออกไปสารณรัฐประชาชนจีน ไต้หวัน และฮ่องกง ซึ่งผักบุ้งเมล็ดพันธุ์กำลังเป็นที่นิยมของเกษตรกรเป็นจำนวนมาก ส่วนข้าวเมล็ดพันธุ์นั้น ยังไม่ได้รับการส่งเสริมอย่างจริงจังเท่าที่ควร

ส่วนอ้อยโรงงานถือเป็นพืชดั้งเดิมของพื้นที่ที่มีศักยภาพสูงมากต่อการสร้างรายได้เกษตรกร เพราะการมีน้ำใต้ดินมาหล่อเลี้ยง ทำให้อ้อยโรงงานมีผลผลิตสูงขึ้นจากเดิม 10-15 ตันต่อไร่ เป็น 20-25 ตันต่อไร่ ซึ่งด้วยศักยภาพดังล่าว หากส่งเสริมให้ลดการเผาอ้อยทั้งก่อนปลูกและก่อนเก็บเกี่ยว นอกจากจะลดมลภาวะและลดต้นทุนสารเคมีเกษตรได้เป็นอย่างดีแล้ว ยังสามารถต่อยอดไปสู่การเป็นแหล่งผลิตภัณฑ์อ้อยด้วย ขณะที่ตำบลคลองมะพลับถือเป็นแหล่งผลิตมะม่วงพันธุ์โชคอนันต์ ที่มีผลผลิตออกสู่ตลาดจำนวนมาก 3 รูปแบบ คือ มะม่วงอ่อนน้ำปลาหวาน (จำหน่ายทั้งในประเทศและส่งออกประเทศเพื่อนบ้าน) มะม่วงโรงงาน และมะม่วงสุก โดยมีสัดส่วนผลผลิต ร้อยละ 60 20 และ 20 ตามลำดับ นอกจากนี้ยังมีการต่อกิ่งทาบกิ่งเพื่อผลิตพันธุ์มะม่วงออกจำหน่ายอีกปีละหลายแสนกิ่ง

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น