หน้าเว็บ

วันจันทร์ที่ 9 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569

ซอยจัสแม็ก

ทำไมจึงเรียกว่า ‘ซอยจัสแม็ก ถนนสนามบิน ซอย 12 เมืองพิษณุโลก

วันนี้เดินผ่านซอยจัสแม็ก ชวนให้นึกถึงภาพเก่าๆ สมัยเป็นนิสิตเรียนอยู่ มศว.พิษณุโลก ทั้งเคยไปอาศัยห้องหอของเพื่อนๆ พักอาศัยระหว่างรอเวลาเรียกไปรับน้องใหม่ ไปสังสันท์ยามเย็นยามดึก ไปตัดชุดกีฬาร้านอาเซียน ไปกินข้าวหมูทอดร้านตรงปลายซอย หรือแม้กระทั่งไปซื้อบุหรี่ฝรั่งซองแดงร้านแป๊ะตรงปากซอย

เคยสงสัย เคยถาม เคยค้น ว่าทำไม ‘ถนนสนามบิน ซอย 12’ เส้นนี้จึงถูกเรียกขานชื่อว่า ‘ซอยจัสแม็ก’ แต่ก็ไม่เคยมีใครให้ความกระจ่างได้เลยสักครั้ง วันนี้พอมีเวลาอยู่บ้างตรงหน้าปากซอยจัสแม็กนั้น ก็เลยลองสืบค้นและสร้างความเชื่อมโยงของข้อมูลดู

สงครามเวียดนาม’ ที่เป็นความขัดแย้งที่เกิดขึ้นในประเทศเวียดนาม แล้วลุกลามไปสู่ประเทศลาว และกัมพูชา เรื่มประทุขึ้นตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 1955 กินเวลาแห่งความเลวร้ายยาวนาน จนกระทั่งถึงวันล่มสลายของกรุงไซง่อน ในเวียดนามใต้ เมื่อวันที่ 30 เมษายน 1975 และถือเป็นครั้งที่สองของสงครามอินโดจีน

ระหว่างสงครามมีการสู้รบอย่างเป็นทางการระหว่างกองกำลังทหารและประชาชนของเวียดนามเหนือและเวียดนามใต้ โดยฝ่ายเวียดนามเหนือได้รับการสนับสนุนจากสหภาพโซเวียต จีน และพันธมิตรคอมมิวนิสต์อื่นๆ  ขณะที่ฝ่ายเวียดนามใต้ได้รับการสนับสนุนจากสหรัฐอเมริกาและพันธมิตรต่อต้านคอมมิวนิสต์อื่นๆ

สงครามครั้งนั้นได้รับการยอมรับแล้วว่าเป็น ‘สงครามตัวแทนในยุคสงครามเย็น’ นานเกือบ 20 ปี ทั้งนี้การมีส่วนร่วมโดยตรงของสหรัฐฯ กับสงครามจมโคลนครั้งนี้ ได้สิ้นสุดในปี 1973 แต่ว่าความขัดแย้งกลับขยายลุกลามออกไปสู่รัฐเพื่อนบ้าน ทำให้เกิดสงครามกลางเมืองรุนแรงเพิ่มขึ้นทั้งในประเทศลาวและกัมพูชา และทำให้เกิดความหวาดกลัวและการตอบสนองความหวาดกลัวรูปแบตบต่างๆ ในประเทศไทย และเมื่อสงครามสิ้นสุดลง ทั้งสามประเทศได้กลายสภาพเป็นรัฐคอมมิวนิสต์เรียบร้อย ตั้งแต่ปี 1975 เป็นต้นมา ยกเว้นประเทศไทยที่หัวโด่อยู่ท่ามกลางเคียวกะค้อน



ก่อนสงครามเวียดนาม หน่วยงานจัสแม็กไทย  (JUSMAG THAI: The Joint United States Military Advisory Group, Thailand) ที่เป็นองค์กรช่วยเหลือด้านความมั่นคงของกระทรวงกลาโหมสหรัฐในประเทศไทย ได้ถูกก่อตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 22 กันยายน 1953 โดยผู้บัญชาการทหารสูงสุดของจัสแม็กไทย ทำหน้าที่เป็นเจ้าหน้าที่ป้องกันอาวุโสและผู้ช่วยทูตฝ่ายกลาโหมสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย

ช่วงเวลาที่เป็นจุดพีคของสงครามเวียดนาม ผู้เชี่ยวชาญการทหารอเมริกันจำนวนมาก ได้รับมอบหมายให้ทำงานในจัสแม็กไทยที่กรุงเทพฯ โดยทหารสหรัฐฯ จำนวน 4 หมื่น 5 พันนาย ประจำการอยู่ในประเทศไทย ทั้งนี้ในช่วงศตวรรษที่ 21 จัสแม็กไทยทำหน้าที่สนับสนุนภารกิจที่หลากหลาย รวมถึงโครงการฝึกร่วมทวิภาคี ซึ่งมีการฝึกเฉลี่ยมากกว่า 60 ครั้งต่อปี การจำหน่ายยุทโธปกรณ์ของสหรัฐให้รัฐบาลต่างประเทศ (foreign military sales) และภารกิจการทำลายล้างเพื่อมนุษยธรรม (humanitarian demining) สำนักงานใหญ่ของจัสแม็กไทยตั้งอยู่บนพื้นที่ของกองทัพไทย บนถนนสาทรใต้ ห่างจากสถานฑูตอเมริกันประมาณ 2 กิโลเมตร

เข้าใจว่า ในส่วนภูมิภาคที่กองกำลังทหารสหรัฐไปปฏิบัติการสนับสนุนการรบในสงครามเวียดนาม ก็จะมีหน่วยงานจัสแมกไทยตั้งอยู่ รวมถึงพิษณุโลกที่เป็นเมืองที่ตั้งของกองทัพภาคที่ 3 จัสแม็กไทยเลือกที่ตั้งหน่วยงานบนถนนสนามบิน ใกล้ๆ กับสนามบินของกองทัพอากาศ

วันที่ 4 มกราคม 2540 พลเอกเชษฐา ฐานะจาโรฐานะผู้บัญชาการทหารบก ในขณะนั้น ได้กําหนดนโยบายให้จัดตั้ง ‘กิจการสวัสดิการพีเอ็กซกองทัพบกไทย’ (PX- Post Exchange) ขึ้นมา ตามแบบอย่างที่กองทัพอเมริกันจัดตั้งขึ้นมาในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 เมื่อปี 1941 ณ เมืองดัลลัส มลรัฐเท็กซัส ประเทศ สหรัฐอเมริกา เพื่อจําหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภคให้ราคาถูกกว่าท้องตลาดอย่างน้อย ร้อยละ 20 โดยจัดให้มีการดำเนินการนําร่อง 5 พื้นที่ ประกอบด้วย

1. กองทัพภาคที่ ๑ กรมทหารราบที่ ๑๑ รักษาพระองค์

2. กองทัพภาคที่ ๒ ค่ายสุรนารี นครราชสีมา

3. กองทัพภาคที่ ๓ ค่ายสมเด็จพระเอกาทศรถ พิษณุโลก

4. กองทัพภาคที่ ๔ ค่ายวชิราวุธ นครศรีธรรมราช และ

5. หน่วยบัญชาการป้องกันภัยทางอากาศ กองทัพบก และมณฑลทหารบกที่ ๑๓ จังหวัดลพบุรี

โดยกำหนดให้ใช้สถานที่ภายในค่ายนั้นๆ เป็นสถานประกอบ กิจการสวัสดิการพีเอ็กซและคอมมิสซารี ซึ่งตามข้อมูลนี้ อาคารและพื้นที่ตรงปากซอยจัสแม็กถนนสนามบิน ที่เข้าใจว่าเคยเป็นที่ตั้งของหน่วยงานจัสแม็กไทยส่วนที่ต้องประสานงานกับกองทัพภาคที่ 3 ก็ถูกปรับภารกิจให้มาสนับสนุนนโยบายส่งเสริมสวัสดิการกำลังพล โดยจัดให้เป็นอาคารกิจการสวัสดิการพีเอ็กซของกองทัพภาคที่ 3

อาคารกิจการสวัสดิการพีเอ็กซของกองทัพภาคที่ 3 ปัจจุบันเป็นที่ตั้งของสำนักงานสหกรณ์ออมทรัพย์กองทัพภาคที่ 3 จำกัด

เรื่องราวของจัสแม็กไทยยังน่าสนใจ ชวนค้นหาอะไรหลายอย่างที่เป็นความสัมพันธ์ของกิจการพาณิชย์การทหาร (commercial military) ของสหรัฐอเมริกาที่ครองตนเป็น hegemony ยาวนานกว่า 70 ปี มีบทบาทหลายอย่างต่อกิจการด้านความมั่นคงของประเทศไทย แม้ว่าจะกลายเป็นผู้แพ้อย่างราบคาบในสงครามเวียดนามก็ตาม

รวมถึงเรื่องราวของคนเคยเรียนที่ มศว.พิษณุโลก ย่อมต้องมีอะไรต่อมิอะไรให้ได้ทบทวนกันมากมาย ไม่น่าจะจบลงง่ายๆ จริงไหมครับพวกเรา

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น