หน้าเว็บ

วันพุธที่ 11 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569

everydayness

ตะวันออกพบตะวันตก ณ ‘ฮาร์โมนี พิมพิมาน’ และ ‘ฮาร์โมนี ไลบรารี แอนด์ ทีรูม’

 

ฮาร์โมนี ทีรูม แอนด์ พิมพิมาน’ ร้านอาหารกลางป่าหินปูน ชื่อยาวเหยียดยังกะไม่อยากให้ผู้คนจดจำ แต่ด้วยมั่นใจในทุกๆ อย่างที่มีไว้บริการลูกค้า ทำให้สถาปัตยกรรมโอเรียนทัลที่ทำให้สามารถซึมซับและดื่มด่ำกับสภาพแวดล้อมรายล้อมด้วยภูเขาหินปูนยุคเปอร์เมียนที่สวยงามได้เกือบทุกมุม ส่วนอินทีเรียเดคอเรตโปร่งโล่งประดับด้วยเครื่องตั้ง เครื่องแขวน และเครื่องห้อย ตรึงความรู้สึกกลมกลืนระหว่าง east meets west แบบที่นำมาตั้งเป็นชื่อสถานที่แห่งนี้

ในห้อง ‘ฮาร์โมนี พิมพิมาน’ มีอาหารคาวหวานหรูหราน่าสนใจบริการทั้งแบบเซ็ตตามเทศกาลสำคัญๆ และที่สั่งทานแบบอะลาการ์ต ทุกเมนูไทยและเทศปราศจากเนื้อสัตว์ใหญ่ สัตว์อายุยืน สัตว์ป่า และเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ทั้งหมด แต่ว่าที่สะดุดตาสะดุดต่อความรู้สึกมากที่สุด เป็นอองเทแบบไทยๆ แต่ชื่อแปลก คือ ‘ม้าฮ่อ’ ซึ่งข้อมูลแนะนำร้านในโซเชียลมีเดียบอกไว้ชัดว่า ทางร้านจะเสริฟเมนูนี้ก่อนใคร

แต่พอเข้าไปในร้าน กัปตันกลับบอกว่า ไม่มีเมนูนี้ แถมย้ำอย่างมั่นใจว่า เธออยู่ตรงนี้มาตั้งแต่ร้านเปิดวันแรก ไม่เคยมีเมนูนี้ อีกทั้งยังจ้องหน้าผม แล้วก็บอกว่า ‘ร้านเราไม่มีเนื้อม้า’ ‘คร้าบน้อง พี่ก็ไม่ได้ดั้นด้นมาเพื่อมากินเนื้อม้า’ ผมได้แต่ร้องในใจ ‘แล้วพี่ก็รู้ตั้งแต่เลือกร้านแล้วว่า ที่นี่ไม่มีเนื้อม้าเนื้อช้าง ที่เป็นสัตว์ใหญ่หรือสัตว์ป่า’

เรียกว่าบรรยากาศเริ่มต้นร้อนฉ่า ถึงกับต้องเปิดเวบที่นำพาให้มายังร้านหรูแห่งนี้ เพื่อยืนยันว่ามีเมนูนี้จริงๆ ซึ่งก็มีจริง ในเวบเขียนว่า ‘ม้าฮ่อ’ พร้อมบรรยายรูปลักษณ์และรสชาติ แล้วก็เขียนชื่ออีกชื่อหนึ่งเอาไว้ว่า ‘มังกรคาบแก้ว’ ชื่อหลังนี้ ตรงกันกับรายการอาหารในเมนู นั่นเองจึงทำให้สงครามระหว่างลูกค้ากับคนเสริฟ สงบลงได้ด้วยดี

ม้าฮ่อ’ อาหารไทยโบราณ เป็นเอาของคาวมาผสมของหวาน เป็นเมนูที่หากินยาก แต่ว่าทำได้ง่ายๆ แค่เอาผลไม้รสเปรี้ยวจัด เช่น มะยงชิด มะเฟือง สับปะรด ส้มเขียวหวาน หรือแม้กระทั่งแตงโม หั่นเป็นชิ้นพอดีคำ เตรียมไว้ แล้วนำอาหารคาวไส้หมูที่มีรสเค็มหวานมาวางข้างบนหรือทำเป็นไส้ก็ได้ ผลไม้เวลาทานจะมีน้ำออกมาเยอะ ยิ่งแช่เย็นด้วยจะทำให้รู้สึกกลมกล่อมและคลายร้อนได้ดีมากๆ

อิ่มกับอาหารกลางวันมื้อนั้นแล้ว จะกลับเลยก็ใช่ที่ อุตส่าห์มาตั้งไกล รถก็เยอะฝุ่นก็เยอะ ขอซึมซับบรรยากาศอีกหน่อย

ย้ายออกไปนั่งใน ‘ฮาร์โมนี ไลบราลี แอนด์ ทีรูม’ ที่ว่ากันว่าพวกสายชิลล์ทั้งหลาย ล้วนหลงใหลความละเมียดละไมของ ‘คัลเลอร์ เธอราปี้’ ที่ทีรูมแห่งนี้ถูกออกแบบเพื่อให้ผู้มาเยือนได้รับพลังแห่งสี ‘ซิมโฟนีออฟคัลเลอร์’ พร้อมเมนูชากาแฟหลากหลาย

คงต้องเป็นคนที่ชื่นชอบกาแฟและคนชอบชาจริงๆ จึงจะสามารถ ‘เข้าใจและเข้าถึง’ ชากาแฟแต่ละเมนู ที่ปรากฎอยู่ ณ ที่แห่งนั้น

สำหรับเรื่องราวของชานั้น เฉิน กัว ยี ปรมาจารย์แห่งชาของเมืองจีน เคยอธิบายให้ลิซ่า ซี คอลัมนีสต์เนชั่นแนล จีออกราฟิก ฟังแล้วนำมาเขียนเป็นเรื่องราวเมื่อเดือนมีนาคม ๒๐๑๙ ว่า ‘ชาเตือนเราให้ดำเนินชีวิตช้าลง บอกให้เราหลีกหนีจากแรงกดดันของชีวิตสมัยใหม่’

พร้อมบอกกล่าวความนัยอันสำคัญยิ่งของทั้งหลายทั้งปวงของชาว่า ‘จริงๆ แล้ว ชามีชีวิตนะ เพราะทุกๆ จิบ รสชาติและกลิ่น จะผ่านสัมผัสอันทรงพลัง เปิดใจเราให้ระลึกถึงครอบครัว ความรัก และความยากลำบาก ที่เราสามารถเอาชนะมันได้ทุกครั้งไป’

ลิซ่า ซี ให้ความเห็นต่อเรื่องนี่ว่า ความรู้สึกแบบนี้อาจเป็นเรื่องจริงเฉพาะสำหรับชาวจีนเท่านั้น แต่ผู้คนในวัฒนธรรมอื่นๆ ล้วนเห็นชา ‘เป็นเวลา เป็นสถานะ และเป็นโอกาส’ ที่จะได้ดื่มชาด้วย ‘ความสบายใจ ได้พักผ่อน และได้รับรู้ถึงความเงียบสงบเป็นส่วนตัว’

สำหรับชาวพุทธอย่างเราๆ ก็มีความเชื่อเช่นเดียวกันว่าการดื่มชาเป็น ๑ ใน ๔ วิธี ที่จะทำให้จิตใจมีสมาธิ ร่วมกับการเดิน การให้อาหารปลา และการนั่งเงียบๆ จึงอย่าได้แปลกใจที่เห็นหลวงตานั่งจิบชาระหว่างสนทนาธรรมกับเราๆ ท่านๆ

ผมสองคนสามีภริยา ไม่ใช่คอกาแฟและไม่ใช่คนคลั่งชา แต่ก็พอจะรับรู้ได้บ้างถึงความหมายทั้งหลายทั้งปวงเหล่านี้ เราจึงเลือกที่จะลองลิ้มรสกลางๆ เลยสั่งชาหอมกลิ่นพีชเหยือกเล็กๆ เหยือกหนึ่ง นัยว่าเป็นชาที่สร้างรักจีรังยั่งยืน เป็นชาที่เชื่อมโยงตะวันออกกะตะวันตกตามเส้นทางสายไหม ตอนมาเสริฟ มีถ้วยใส่ซองเปียกๆ มาด้วยซองหนึ่ง น้องคนเสริฟบอกว่า เอาไว้เติมรอบสอง จึงเป็นที่เข้าใจ ตามนั้น

บ่ายวันนั้น จิบชากินขนม มองหน้าต่างบานสูงม่านยาวของห้องทีรูม ที่เปิดออกให้มองเห็นด้านนอก มันบอกใครและใครที่นั่งอยู่ในนี้ว่า ‘ข้างนอกมีเรื่องราวมากกว่าห้องอุ่นๆ ห้องนี้’ ปอเทืองแปลงใหญ่ออกดอกเหลืองอร่ามอยู่ด้านนอก แสดงถึงการฟื้นฟูให้บางสิ่งบางอย่างกลับมาเหมือนเดิม ภูเขาหินปูนไม่สูงแต่แหลมและมีคมอยู่ไม่ไกล นั่นแหละธรรมชาติที่ถูกเปลี่ยนแปลงแถบนี้กว่าครึ่งศตวรรษ บนแง่งผาและยอดเขาสูง มีต้นจันผาชูเด่นอย่างไม่สนใจว่าจะร้อน หนาว ฝน หรือแล้ง

ไม่บอกกันนะครับ ว่าร้านนี้อยู่ตรงไหนของประเทศไทย บอกแค่ว่า และแม้ว่าที่ตั้งของร้านจะไม่ใช่สถานที่ที่เป็น flavour destination ของประเทศไทย เป็นบริเวณที่ไม่ค่อยมีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติชอบแวะเวียนไป แต่คงหาไม่ยากสำหรับนักท่อง social media อย่างเราๆ ทั้งหลาย

อย่างหนึ่งที่บอกได้ คือ หากหลงเข้าไปแล้วละก็ ‘อาจติดใจหลงไหล’ ได้เลยทีเดียว

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น